กัน นี่จึงเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางไปโดยปริยาย
ระยะเวลาครึ่งเดือนนั้นจะว่ายาวก็ไม่ยาว จะว่าสั้นก็ไม่สั้น ได้จังหวะที่ทั้งแตงโมและเหล้าองุ่นล้วนพรั่งพร้อม เวินเทียนเหล่ยจึงประโคมข่าวใหญ่ จัดขบวนรถม้ามาบรรทุกสิ่งของไป และแน่นอนว่ามีผู้พบเห็นไม่น้อย เมื่อพวกเขาเห็นหลี่เยว่หานสั่งให้คนยกแตงโมและเหล้าองุ่นไปขึ้นรถทีละตะกร้า ๆ พวกเขาจึงพลันตระหนักได้ว่าสิ่งที่หลี่เยว่หานปลูกไว้ในไร่สวน ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไรนั้นคือกิจการค้าขายของนางกับนายท่านเวิน พ่อค้าหลวงชั้นหนึ่ง
เมื่อของทั้งหมดถูกบรรทุกขึ้นรถให้เวินเทียนเหล่ย เวินเทียนเหล่ยกำลังจะจากไป ทว่าหลี่เยว่หานดึงเขากลับมาแล้วกล่าวว่า “องุ่นและเหล้าองุ่นมีส่วนแบ่งของเหยียนจื่อเซียงด้วย”
เวินเทียนเหล่ยเมื่อได้ยินถ้อยคำที่หลี่เยว่หานเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ชายหนุ่มตกตะลึง จากนั้นก็เข้าใจและพยักหน้ารับ “เข้าใจแล้ว”
เอ่ยจบ เขาก็ขึ้นรถม้าแล้วออกเดินทาง
หลังจากเวินเทียนเหล่ยออกไปแล้ว เหยียนจื่อเซียงก็โผล่หน้าออกมาจากห้องครัว “พี่สาวเยว่ พี่สาวเยว่ นายท่านเวินว่าอย่างไรบ้าง?”
“เขาบอกว่าเข้าใจแล้ว น่าจะไม่มีปัญหาอะไร เจ้าอยากกลับไปบอกครอบครัวของเจ้าหรือไม่?” หลี่เยว่หานมองใบหน้าที่แปลกไปของหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ขณะที่กล่าวบอก นางก็เดินเข้าไปในห้องครัว ทว่าทันเห็นมู่ชวนที่จับตามองเหยียนจื่อเซียงด้วยความระแวดระวังอย่างไม่ท