ันได้ตั้งตัว ทำเอาหัวใจของนาง ‘กระตุก’ ขึ้นมา
“ข้าจะให้คนส่งสารกลับไปที่บ้าน ข้ายังอยากจะลดน้ำหนักเพิ่มอีกสักหน่อยแล้วจึงกลับบ้าน รู้สึกว่าช่วงหลังมานี้เหมือนจะลดน้ำหนักไม่ลงอีกแล้ว” เหยียนจื่อเซียงเองก็จับได้ถึงความระมัดระวังของมู่ชวน ทุกวันนี้แม้แต่หลิงซีก็ไม่ได้เข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับนางมากนัก แต่นางไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นเด็กเล็ก มีเด็กโตที่ไหนกันที่จะมาคิดโกรธเด็กเล็ก ๆ
ถูกต้อง เหยียนจื่อเซียงคิดว่าตัวเองเป็นเด็กโต ด้วยเหตุนี้จึงไม่คิดทะเลาะกับมู่ชวน…
“ก่อนหน้านี้ที่เจ้าลดน้ำหนักได้เร็วเพราะมีไขมันที่ค่อนข้างมาก ส่วนตอนนี้ที่ลดน้ำหนักได้ช้าเพราะไขมันที่สะสมในร่างกายน้อยลงแล้ว” หลี่เยว่หานเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้สนใจ จึงไม่คิดจะเจาะหน้าต่างกระดาษ*[1]นี้ “ในช่วงสองวันนี้ให้เจ้าจะกินดื่มตามปกติ น้ำหนักของเจ้าจะยังคงลดลง เพียงแต่จะลดลงช้ากว่าที่เคย พูดกันตามตรง การลดน้ำหนักได้มากถึงเพียงนี้ในระยะเวลาไม่ถึงสองเดือนนั้นนับว่าหาได้ยากอย่างยิ่งแล้ว”
แม้จะมีน้ำพุจิตวิญญาณของหลี่เยว่หาน แต่ความมานะพยายามของเหยียนจื่อเซียงนั้น คนปกติทั่วไปเทียบไม่ได้เสียด้วยซ้ำ หากเป็นลูกสาวของบ้านอื่น ไม่ต้องพูดถึงการตื่นแต่เช้ามาวิ่งหลาย ๆ รอบในทุกวัน แค่จะให้ไปหาบน้ำก็เดาว่าคงต้องพูดพร่ำอยู่เป็นครึ่งวัน
ในช่วงนี้ จากเหยียนจื่อเซียงที่ในตอนแรกวิ่งรอบหมู่บ้านสามรอบก็เหนื่อยเจียนตาย ทว่า