ในตอนนี้หญิงสาวสามารถวิ่งรอบหมู่บ้านหกรอบได้อย่างไม่เหนื่อยหอบ หากไม่ใช่เพราะหลี่เยว่หานกลัวว่าจะเกิดความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อหากออกกำลังกายหนักเกินไป เกรงว่าตอนนี้เหยียนจื่อเซียงคงจะสามารถวิ่งรอบหมู่บ้านสิบรอบในหนึ่งลมหายใจได้เสียด้วยซ้ำ…
“พี่สาวเยว่ว่าอย่างไร ข้าก็เชื่อเช่นนั้น” เหยียนจื่อเซียงกล่าวพร้อมลูบหัวมู่ชวนในขณะที่เดินผ่านเด็กชาย โดยไม่สนใจสายตาอาฆาตของเขา…
“งี้ด—” ไม่รู้ว่าต้าไป๋ไปถูกอะไรกระตุ้นเขา จากเดิมที่นอนอยู่ที่เท้าของมู่ชวน จู่ ๆ มันก็ลุกขึ้น ดวงตาหมาป่าจ้องมองไปยังหลี่เยว่หานพลางส่งเสียงในลำคอของมันออกมา
หลี่เยว่หานกำลังจะเอ่ยถามมู่ชวนว่าเจ้าต้าไป๋ร้องขึ้นมาทำไม แต่จู่ ๆ อาการคลื่นไส้ก็พลันตีขึ้น ก่อนที่หญิงสาวจะอาเจียนน้ำย่อยออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
เหยียนจื่อเซียงเห็นดังนั้นก็รีบเทน้ำส่งให้หลี่เยว่หาน “ท่านเป็นอะไร ไม่ได้ไปกินของแสลงของไม่ดีเข้าใช่หรือไม่? หรือไปโดนลมเย็นเข้า?”
หลี่เยว่หานโบกมือและกำลังจะบอกว่านางไม่ได้เป็นอะไร ทว่าอาการคลื่นไส้ก็ตีขึ้นมาอีกครั้ง
กระทั่งหลี่เยว่หานอาเจียนหนักมากจนหน้ามืด และน้ำย่อยในท้องออกมาหมด นางจึงรู้สึกดีขึ้น
เหยียนจื่อเซียงช่วยพยุงหลี่เยว่หานให้นั่งลง มู่ชวนและหลิงซีต่างยืนมองนางด้วยความตระหนก
“ข้าสบายดี” หลี่เยว่หานดื่มน้ำหนึ่งอึก ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “เดาว่าเมื่อเช้าข้าคงกินอะไรผิดสำแดงไป ได้ดื่มน้ำร้อนสักหน่อยก็คงดีขึ