หญ่ของร้านผ้าตระกูลเหยียน”
“หืม? เจ้ารู้เรื่องหมดแล้วหรือ?” เวินเทียนเหล่ยเข้ามาในบ้านตอนที่เหยียนจื่อเซียงและเด็ก ๆ อยู่ในครัว ก่อนหน้านี้เขามาที่นี่อยู่หลายครั้ง แต่ไม่เคยได้พบหน้าคร่าตากับเหยียนจื่อเซียงเลย และหลี่เยว่หานก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องของเหยียนจื่อเซียงเป็นพิเศษเสียด้วยซ้ำ
“สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ ไหนเลยจะรอดพ้นสายตานายท่านเวินอย่างข้าไปได้!” เวินเทียนเหล่ยเอ่ยด้วยหัวใจแห้งเหี่ยว “ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะบอกพวกที่สอดหูแอบฟังอยู่นอกกำแพงไปโดยตรงเลยว่าเจ้าทำธุรกิจกับนายท่านเวิน พ่อค้าหลวงชั้นหนึ่งอยู่ เช่นนี้พวกเขาจะได้เลิกสงสัยไปเสียว่าทำไมหญิงม่ายเช่นเจ้าจะมีเงินหรือไม่ เจ้าวางใจเถอะ ตระกูลเหยียนเป็นคนจริงใจ คุณหนูใหญ่ของพวกเขาถูกเจ้าดึงมาเพื่อตบตาคน ข้าเองก็ไม่รังเกียจหรอกนะที่จะแบ่งผลประโยชน์ให้พวกเขาบ้าง”
เมื่อได้ยินคำพูดของเวินเทียนเหล่ย หลี่เยว่หานก็อดยกยิ้มออกมาไม่ได้
อันที่จริง การที่นางยอมช่วยเหยียนจื่อเซียงลดน้ำหนัก นางย่อมมีข้อพิจารณาไตร่ตรองของตัวเอง หากมองจากผิวเผิน นางหาเลี้ยงชีพด้วยการถักตะกร้าขายให้แก่ท่านกวนแห่งหอสุรามัจฉา และมีน้องชายสองคนคอยช่วยเหลือ แต่นางเป็นปรมาจารย์ที่ไม่ยอมประหยัดเงิน ทว่านางเป็นคนที่เก็บเงินไม่อยู่ ยิ่งเรื่องข้าวปลาอาหาร เสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายของเด็ก ๆ ยิ่งไม่อยากประหยัด
เมื่อครั้งที่อยู่หมู่บ้านไป๋อวิ๋น มีเมิ่งฉีฮ่วนคอยเป็นโล่กำบัง ไม