ให้เจ้าอยู่กินข้าวเย็นด้วยอยู่แล้ว” หลี่เยว่หานมองไปยังแผ่นหลังสง่างามของชายหนุ่มซึ่งกำลังเปิดประตูแล้วเอ่ยประโยคนั้นออกไปเสียงอ่อน ทำเอาเวินเทียนเหล่ยสะดุดเท้าตัวเองจนเกือบจะล้มอยู่ตรงธรณีประตู
เวินเทียนเหล่ยกลับไปแล้ว ส่วนตวนอู่และจงชิวเมื่อคิดวางแผนกันแล้วก็กล่าวลาไปเช่นกัน
หลังจากที่พวกเขาทั้งหมดกลับไป หลี่เยว่หานก็ตรงไปยังห้องครัวด้วยอยากรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกินกัน
แต่เมื่อนางเข้าไปในครัว หลี่เยว่หานพลันยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้
กินอะไรกันเล่า… ไม่รู้ว่าเพราะเหยียนจื่อเซียงตื่นเช้าไปหรืออย่างไร ในตอนนี้นางจึงนอนกรนเสียงดังอยู่บนโต๊ะ โดยมีหลิงซีซึ่งกรนเสียงดังเช่นกันนอนคว่ำหน้าอยู่ข้าง ๆ ส่วนมู่ชวนกำลังถือหนังสืออ่านด้วยสีหน้าจริงจัง
“ท่านแม่” มู่ชวนวางหนังสือลงเมื่อเห็นหลี่เยว่หานเข้ามา “เกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?”
“เปล่าหรอก” หลี่เยว่หานลูบหัวมู่ชวนอย่างอ่อนโยน “เพียงแต่อีกไม่นานเราคงต้องย้ายบ้านกัน”
“หืม?” เหยียนจื่อเซียงขยี้ตาที่ง่วงงุนของตัวเอง ก่อนเงยหน้าขึ้นมองหลี่เยว่หาน “ท่านจะย้ายไปอยู่ที่ไหน?”
เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางเช่นนั้นของนาง หลี่เยว่หานก็เลิกคิ้วขึ้น “ทักษะแกล้งหลับของเจ้าไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ”
เหยียนจื่อเซียงที่เดิมแสร้งทำเป็นว่าลืมตาไม่ขึ้น หยุดมือที่กำลังยังขยี้ตา แล้ววางมือลง “ข้าก็เพียงไปได้ยินความลับอันน่าสะพรึงเข้าจึงไม่กล้าหลับก็เท่านั้น…”
“เจ้