แตงโมครึ่งหนึ่งให้เวินเทียนเหล่ยแล้วเอ่ยว่า “ลองชิมดู”
เวินเทียนเหล่ยรับแตงโมซีกนั้นจากมือของหลี่เยว่หานมาอย่างงุนงง ก่อนจะใช้ช้อนตักแตงโมเข้าปาก เวินเทียนเหล่ยพลันรู้สึกถึงความสดชื่นที่กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย “หวานถึงเพียงนี้เชียว!”
“แน่นอน ข้าบอกเจ้าแล้วว่าแตงโมของข้านั้นมีค่ามาก” หลี่เยว่หานกล่าว พลางตักแบ่งแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินที่เหลือออกเป็นสองส่วน แล้วหยิบช้อนมาอีกสองคัน โดยแตงโมสองส่วนนี้แบ่งไว้ให้มู่ชวนและหลิงซี
ทางด้านเวินเทียนเหล่ย เพียงชั่วพริบตาเขาก็กินแตงโมไปกว่าครึ่งแล้ว เขากินพลางเอ่ยพึมพำว่า “แม้ข้าจะถือว่าตัวเองมีความรู้และประสบการณ์ไม่น้อย ทว่าข้าไม่เคยกินแตงโมที่หวานและอร่อยเช่นนี้มาก่อน หลี่เยว่หาน เจ้าคือสมบัติล้ำค่าจริง ๆ ข้าคิดไว้แล้วเชียวว่าการนำของแบบนี้มาให้เจ้าจัดการนั้นถูกต้องอย่างยิ่ง ลองดูสิ ฮะฮ่า แตงโมนี่หวานอร่อยเกินไปแล้ว!”
หลี่เยว่หานมองเวินเทียนเหล่ยที่เสียอากัปกิริยาสูงส่งแล้วระบายยิ้ม นางไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงรอให้เวินเทียนเหล่ยกินแตงโมอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือให้หมดจนเหลือแต่เปลือก แล้วจึงปริปากเอ่ยว่า “เจ้าคิดว่าแตงนี้สามารถขายได้ในราคาเท่าไหร่? “
เมื่อได้ยิน เวินเทียนเหล่ยก็วางเปลือกแตงโมลงบนโต๊ะ หลังจากครุ่นคิดเพียงเล็กน้อยก็ยื่นมือออกมา “ลูกละอย่างน้อยหนึ่งร้อยตำลึงเงิน!”
“ขายเป็นลูกอย่างนั้นหรือ?” หลี่เยว่หานเลิกคิ้ว
“อย่างนั้นก็… ขายตามน้ำ