บตัวเข้าไปหามู่ชวนอย่างเงียบ ๆ แล้วพูดว่า “ท่านแม่หน้าแดง คงจะคิดถึงท่านอาเป็นแน่”
“ดื่มน้ำไหม?” มู่ชวนรู้ว่าหลิงซีฉลาด แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรน้องสาว เพียงหยิบกระบอกน้ำของตัวเองขึ้นมาแล้วยื่นให้หลิงซี
“ดื่ม!” หลิงซีแท้จริงแล้วก็เป็นแค่เด็กน้อย แม้ว่านางจะถูกอุ้มไว้ในอ้อมแขนของหลี่เยว่หานตลอดทาง แต่ด้วยแสงแดดอันร้อนระอุถึงเพียงนี้ นางย่อมกระหายน้ำแล้วเช่นกัน
“มู่โทว เจ้าอยู่ที่นี่ คอยดูน้องสาวของเจ้าไว้ แม่จะไปดูในไร่องุ่นเสียหน่อย” สายตาของหลี่เยว่หานเฉียบคม ทำให้สังเกตเห็นทันทีว่าเมล็ดพันธุ์ที่เวินเทียนเหล่ยทิ้งไว้ให้หลี่เยว่หานปลูกในไร่องุ่นก่อนหน้านี้นั้นออกผลแล้ว นางจึงเอ่ยกำชับเด็ก ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปดู
ไม่ดูก็ไม่รู้ ในแวบแรกที่เห็น หญิงสาวพลันตกใจเมื่อพบว่าเมล็ดพืชที่เวินเทียนเหล่ยมอบให้เธอนั้นเป็นเมล็ดแตงโมจริง ๆ! และเมื่อพิจารณาจากสีและรูปร่างของแตงโมลูกนี้แล้ว ไม่ใช่เพียงแตงโมธรรมดา แต่เป็นแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในศตวรรษที่ 21!
แตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินมีเปลือกสีเข้มกว่าแตงโมทั่วไป รูปทรงไม่กลม แต่เป็นทรงรี ลวดลายบนเปลือกยังไม่ชัดเจนนัก เพราะแตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินที่อยู่ตรงหน้านั้นยังไม่สุก ลูกจึงยังเล็กอยู่ แม้แตงโมพันธุ์เหม่ยเหรินที่สุกจะไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีความหวานมากกว่าแตงโมธรรมดาหลายเท่า
“ท่านแม่ นี่ใช่แตงโมหรือไม่?” มู่ชวนกินข้าวเสร็จแล้วและเห็นว่าหล