าบ้าง! แม่ของเจ้ากำลังถูกคนถอนหงอก ถูกข่มเหงรังแก เจ้าก็ยังยืนดูด้วยความสนุกอยู่ได้!”
จ้าวโหย่วฝูที่ถูกตบเข้าดื้อ ๆ ก็รู้สึกคับข้องใจขึ้นมาไม่น้อย เขาจึงหันหลังเดินกลับบ้านไปโดยไม่ปริปากเอ่ยคำใด
“จ้าวโหย่วฝู! แม่พูดกับเจ้าอยู่ ได้ยินหรือไม่!” ใบหน้าของนางเฉาพลันแปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
“ไม่ได้ยิน” จ้าวโหย่วฝูเอ่ยตอบแบบสนใจแค่เรื่องของตัวเองในขณะที่เขาเดินจากไป เมื่อกล่าวเสร็จแล้ว เขาก็รีบวิ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว
คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหัวเราะกับฉากนี้เสียยกใหญ่
สีหน้าของนางเฉาทั้งเขียวคล้ำและแดงก่ำ เป็นที่น่าขบขันไม่น้อย
หลี่เยว่หานซึ่งพบเจอกับพฤติกรรมยั่วยุของคนในครอบครัวของนางเฉาที่หน้าบ้านอยู่บ่อยครั้งจนเคยชิน มาตอนนี้เมื่อเห็นว่าจ้าวโหย่วฝูทิ้งนางเฉาไว้ข้างหลังก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเช่นกัน
ทว่าหลังจากหัวเราะแล้ว หลี่เยว่หานก็ยังคงปิดประตูใส่อีกครั้ง
ในช่วงที่เหยียนจื่อเซียงอาศัยอยู่ที่บ้านของนางนี้ มีคนไม่น้อยที่คอยจับตาดูในบ้าน ทุกคนล้วนคิดว่าคุณหนูใหญ่เหยียนจื่อเซียงนั้นนำของดี ๆ มาให้หลี่เยว่หานเป็นจำนวนมาก คนที่เป็นห่วงเป็นใยคิดถึงนางจึงมีอยู่ค่อนข้างมาก
แม้ว่าเหยียนจื่อเซียงจ่ายเพียงค่าเช่าให้หลี่เยว่หานตามที่นางต้องการ ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเหล้าองุ่นที่เพิ่งกลั่นอย่างดีหลายไหอยู่ในห้องผักของหลี่เยว่หาน ทั้งยังมีน้ำส้มสายชูขาวไหใหญ่อีกด้วย
สิ่งเหล่า