ำของหลี่เยว่หาน ผู้ชมรอบด้านต่างพากันหัวเราะเยาะ นางเฉาอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
“หานเยว่ฟังคำของข้าให้ดี!” นางเฉาโพล่งออกมาขณะวางมือเท้าสะโพก “เจ้าระวังเนื้อระวังตัวเองไว้เถอะ จากนี้ไปข้าจะคอยจับตาดูอย่างใกล้ชิด ยามใดที่เจ้าพลาดพลั้งทำเรื่องฉาวโฉ่ ข้าจะจับเจ้าโยนเข้าเล้าหมูทันที!”
“นางเฉา ช่างพูดจาวางอำนาจบาตรใหญ่” เสียงอันคมชัดของเหยียนจื่อเซียงดังออกมา ชาวบ้านมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนเห็นร่างหญิงสาวอวบอ้วนนางหนึ่งยืนด้านหลังหลี่เยว่หาน ตามมาด้วยเด็กสองคนที่ยืนประกบซ้ายขวา
ขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดาถึงตัวตนของเหยียนจื่อเซียง ใบหน้านางเฉาซีดเผือดด้วยความตกใจ “คุณหนูเหยียน เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่?”
“ข้ามาพักที่บ้านพี่หญิงสักระยะ แล้วเหตุใดข้าต้องรายงานเรื่องนี้กับเจ้าด้วย?” เหยียนจื่อเซียงกล่าวคำด้วยท่าทียโส “เมื่อไม่นานมานี้ข้าได้ยินมาว่าพี่หญิงถูกหญิงชั่วตีหัว เพียงเพราะนางไม่เต็มใจช่วยลูกสาวหญิงชั่วขายงานปักของนางในนามของผู้อื่น ข้านึกสงสัยว่าเป็นผู้ใด แต่กลับกลายเป็นเจ้านี่เอง”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ นางเฉารีบกล่าวคำปฏิเสธ “ไม่มีเรื่องพรรค์นั้นเลยนะเจ้าคะ! คุณหนูเหยียน ท่านเองก็รู้ว่างานปักของซินเอ๋อร์ถูกขายให้กับร้านขายผ้าตระกูลเหยียนมาโดยตลอด แล้วจะหางานของคนอื่นมาขายในนามของเราได้อย่างไร!”
ด้วยคำพูดเหล่านี้ หลี่เยว่หานจึงเข้าใจแล้วว่า เหตุใดตระกูลจ้าวถึงยืนกรานให้นางช่วยขายง