ี่เยว่หานเดินไปหาสะใภ้โจวพร้อมกับจอบในมือ และเอ่ยว่า “ขอบคุณที่ลำบากเพื่อข้าตลอดหลายวันที่ผ่านมา เมื่อไม่กี่วันก่อน กำลังวังชาของข้าไม่ค่อยดีนัก ด้วยเหตุนี้ ในยามที่ตระกูลจ้าวเข้ามาเอะอะโวยวายอยู่หน้าบ้าน ข้าจึงทำได้เพียงบอกลูก ๆ ว่าไม่ต้องไปสนใจ ทว่าข้าได้ยินที่ท่านช่วยพูดให้ข้า ขอขอบคุณท่านด้วยใจจริง”
เมื่อได้ยินดังนี้ สะใภ้โจวพลันโบกมือ “จะต้องขอบคุณอะไร เราเพื่อนบ้านกัน ข้าเองก็รู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง” สะใภ้โจวกล่าวพลางมองไปรอบ ๆ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก “ไม่รู้ว่าบางคนคิดอะไรขึ้นมา หลังจากฟังจ้าวโหย่วเฉียนพล่ามเรื่องชู้รักของแม่ม่ายอยู่สองสามวัน กลับเอาบันไดมาพาดไว้นอกกำแพงบ้านของเจ้า หากไม่ใช่เพราะสามีของข้าตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วได้ยินเสียงบางอย่างก็ไม่รู้เลยว่าเขาจะทำเรื่องเสียสติไปมากเพียงใด”
หลังเอ่ยจบ สายตาของสะใภ้โจวก็มองไปยังร่างของคนที่รีบหนีออกไป
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้ หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจขึ้นมา “ข้าไม่รู้เรื่องนี้เลยจริง ๆ ต้องขอบคุณพี่สะใภ้โจวและพี่ใหญ่โจวแล้ว!”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ได้เห็นว่าตอนนี้เจ้าสบายดี ข้าก็ดีใจ!” สะใภ้โจวพูดพร้อมจับมือของหลี่เยว่หานไว้ จากนั้นจึงเดินกลับบ้าน
นางไล่ตามจ้าวโหย่วเฉียนมาไกลพอสมควร
ตอนนี้ พี่สะใภ้โจวคล้องแขนกับหลี่เยว่หานเอาไว้ หลี่เยว่หานก็ทำตามพร้อมพูดคุยกับสะใภ้โจวขณะที่เดินกลับบ้า