น
“หานเยว่! หานเยว่!” ก่อนที่จะถึงประตูบ้านของนาง หลี่เยว่หานได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตะโกนขานชื่อของนางอย่างตื่นเต้น และเมื่อมองไป หญิงสาวก็พลันชะงักเล็กน้อย
เหยียนจื่อเซียง?
“ดูเหมือนว่าที่บ้านของเจ้าจะมีแขก เช่นนั้นข้าไม่รั้งเจ้าไว้พูดคุยด้วยแล้ว” สะใภ้โจวเป็นคนช่างสังเกตอย่างยิ่ง เมื่อเห็นเหยียนจื่อเซียงที่แม้ร่างกายจะอวบอ้วน แต่นางก็แต่งตัวอย่างคนมีอันจะกิน ทั้งยังมีรถม้าจอดอยู่ข้าง ๆ นางจึงรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดคุยต่อ จึงเป็นฝ่ายกล่าวลาหลี่เยว่หาน
“นี่ พี่สะใภ้โจว วันนี้ข้าตุ๋นขาหมู อีกเดี๋ยวข้าจะแบ่งไปให้ท่าน” หลี่เยว่หานกล่าวบอก
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของสะใภ้โจวพลันแสดงถึงอาการประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่นางจะพยักหน้ารับ
ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนหน้าพากันแยกย้ายออกไปในตอนที่หลี่เยว่หานและสะใภ้โจวเดินกลับมา ด้วยเพราะพวกเขาล้วนหวาดกลัวหลี่เยว่หาน กลัวว่านางไม่พอใจแล้วจะเหวี่ยงจอบมาตรงหน้าพวกเขา
“หานเยว่ ข้ากลับบ้านไปปรึกษากับพ่อแม่ว่าข้าอยากลดน้ำหนักมาแล้ว ทำเอาข้าอดใจไม่ไหวจึงมาหาเจ้า!” เมื่อเอ่ยจบ เหยียนจื่อเซียงก็โบกมือไปข้างหลัง สาวใช้สองคนก็ยกหีบลงมาจากด้านหลังของรถม้า “ข้าคิดว่ากว่าน้ำหนักจะลดลงคงไม่เร็วนัก ข้าก็เลยตระเตรียมสัมภาระมาด้วย เจ้าวางใจได้ ข้าไม่มาอยู่แบบงอมืองอเท้าแน่นอน!”
แม้ว่าหลี่เยว่หานจะพูดไม่ออกที่เหยียนจื่อเซียงมาที่บ้านรวดเร็วถึงเพียงนี้