ยียนจื่อเซียงมีผิวดี ขาวกระจ่างใส ทั้งยังผ่องเป็นยองใย เมื่อตะวันทอแสงสาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างเล็ก ๆ ของรถม้าแล้วกระทบหน้านาง แม้แต่ขนบนสิ่งทอในรถม้ายังส่องสว่าง
ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่อ่อนเยาว์มีน้ำมีนวล
“ข้าไม่ได้ดูแลอะไรเลย” สีหน้าของเหยียนจื่อเซียงดูงุนงง “อาจเป็นเพราะข้าอ้วนก็ได้ เนื้อมันดูไม่มันวาว ทั้งยังเนียนนุ่มอย่างยิ่ง พวกท่านทุกคนกลับไปแล้วก็กินให้มากหน่อย แต่อย่ากินมากจนอ้วนเหมือนข้าก็พอ”
หลี่เยว่หานแอบอมยิ้มกับภาพตรงหน้าอยู่ข้าง ๆ และยิ่งชอบเหยียนจื่อเซียงจากก้นบึ้งของหัวใจ
นางสามารถอ่านคนได้ขาด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะไร้เดียงสาอย่างแท้จริงหรือแสร้งทำเป็นน่ารักไร้เดียงสา หลี่เยว่หานย่อมรู้ดี
และเหยียนจื่อเซียง ณ ที่นี่ เป็นเด็กสาวซื่อ ๆ ที่หาได้ยาก เป็นคนที่คิดอย่างไรก็พูดเช่นนั้น เมื่อพบกับเรื่องแค้นเคืองเพราะความไม่เป็นธรรม นางก็จะปริปากก่นด่า ไม่มีหวั่นเกรง
เป็นคนที่ตอบแทนความเมตตาด้วยเมตตา ตอบแทนความเกลียดชังด้วยความแค้นเคือง
เหล่าสะใภ้ในรถม้าเมื่อได้ยินเหยียนจื่อเซียงบอกว่านางไม่ได้ดูแลผิวของนาง ไม่แม้แต่จะใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นเสียด้วยซ้ำ พวกนางล้วนไม่เชื่อ ทว่าก็ไม่ได้ซักไซร้ อย่างไรเสีย การที่นางไม่ยอมบอกก็แสดงให้เห็นว่าไม่อยากบอก ถึงถามไปก็ไร้ประโยชน์
ทำให้รถม้าเงียบลงไปสักพัก
“นี่ เมื่อครู่ท่านบอกว่าชื่อหานเยว่ใช่หรือไม่?” เหยียนจื่อเซียงขยับร่างอ้วนท้วนของนาง