เข้ามาใกล้หลี่เยว่หานพลางเอ่ยถามเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยความแปลกใจ “โอ้ กลิ่นตัวเจ้าช่างหอมนัก! กลิ่นหอมแบบใดกัน ช่วยสอนข้าหน่อยได้หรือไม่?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หัวใจของหลี่เยว่หานก็บีบรัด
นางจำได้ว่า… ที่จวนของเมิ่งฉีฮ่วนไม่เคยจุดกำยานมิใช่หรือ! อย่างไรเสียก็เป็นเพียงจวนผู้บัญชาการทหาร ทั้งยังไม่มีสมาชิกครอบครัวที่เป็นสตรีอยู่ในบ้าน แม้แต่สาวใช้ก็มีเพียงหยิบมือ โดยปกติแล้วจะมีข้ารับใช้ที่เป็นบุรุษซึ่งพูดน้อยแต่ทำงานอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเพียงสองคนที่ติดตามอยู่ข้างเมิ่งฉีฮ่วนในยามที่เขาต้องการความช่วยเหลือ
เมื่อคิดเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงยกแขนเสื้อขึ้นดม แต่เธอเองก็ได้กลิ่นจาง ๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอยู่จริง
มันเหมือนกับกลิ่นอายของ… หลิงฉวน?
“ข้าไม่รู้ว่ากลิ่นหอมนี้มาจากไหน” หลี่เยว่หานวางแขนเสื้อลงแล้วมองเหยียนจื่อเซียงด้วยสีหน้าขอโทษขอโพย “บางทีอาจเป็นตอนที่ข้าพักที่โรงเตี๊ยม แล้วไปโดนกลิ่นกำยานของคนอื่นเข้า”
“ก็อาจเป็นไปได้” เหยียนจื่อเซียงพยักหน้า ก่อนจะคว้าแขนของหลี่เยว่หานอย่างสนิทสนม “พี่สาว ในเมื่อสามีของท่านเป็นคนกลับกลอกมิสู้ท่านมาแต่งงานกับพี่ชายของข้า มาเป็นพี่สะใภ้ของข้าดีกว่า!”
หลี่เยว่หานเกือบสำลักน้ำลายจากวงจรสมองที่หมุนกลับหนึ่งร้อยแปดสิบองศาของเหยียนจื่อเซียง!
เหยียนจื่อเซียงผู้ไร้เดียงสาคนนี้ ไม่รู้หรืออย่างไรว่าตอนนี้สถานะของนางคือภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง! ภรรยาที