งหลี่เยว่หานด้วยสีหน้าประมาณว่าท่านกำลังล้อข้าเล่นอยู่หรือเปล่า “นายน้อยอย่างข้าเดินทางไปทั่วประเทศมาตั้งหลายปี ไม่มีอะไรที่ข้าไม่รู้! สิ่งที่ท่านต้องทำคือร้องขอคำสั่งเดินทางจากหัวหน้าหมู่บ้าน! คราวเมื่อท่านเดินทางออกจากอำเภอหวาซีไปแล้วให้แลกเปลี่ยนมันกับทหารรักษาการณ์อำเภอหวาซี! จากนั้นพอท่านไปถึงเมืองหลวงแล้วก็แลกเปลี่ยนมันกับทหารรักษาการณ์ในเมืองหลวงอีกที!”
“ข้าจะบอกความลับให้ท่านฟังอีกอย่าง” เวินเทียนเหล่ยกล่าวขณะลดน้ำเสียงลงอย่างลึกลับ “คราวเมื่อเดินทางกลับมาข้าก็แลกเปลี่ยนมันทีละอันแบบนี้แหละ! สำหรับการแลกเปลี่ยนคำสั่งเดินทางอันสุดท้ายจำต้องส่งคืนให้กับหัวหน้าหมู่บ้าน!”
เวินเทียนเหล่ยกล่าวและพ่นลมร้อนออกมา “ทำไมหลังคาบ้านถึงหมุนติ้วขนาดนี้ ใครผลักข้า ข้าเวียนหัว ไม่ไหวแล้วไม่ไหวแล้ว นอนก่อนเถอะ…”
เวินเทียนเหล่ยกล่าวและล้มสลบลงบนโต๊ะด้วยความมึนเมา
หลี่เยว่หานเห็นเช่นนั้นจึงยิ้มพึงพอใจ
“ท่านอาจะไปทำอะไรที่เมืองหลวงหรือ?” มู่ชวนเห็นว่าเวินเทียนเหล่ยเมาหมดสติไปแล้วจึงถามขึ้นอย่างจริงจัง “ท่านลุงบอกว่าเราไม่สามารถไปที่เมืองหลวงได้ มันอันตราย”
“ข้ารู้” หลี่เยว่หานลูบหัวมู่ชวน “แต่ตอนนี้ท่านอาของเจ้าอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ข้ากังวลเลยว่าจะไปดูสักหน่อย พวกเจ้าไม่ต้องห่วง จะต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข้าแค่ไปดูเขาประเดี๋ยวแล้วจะกลับมา”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น มู่ชวนเงียบไปสักพักแล้วกล่าวว่า “ประ