ทันที และยัดถุงขนมใส่มือหลิงซีโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ
เวินเทียนเหล่ยจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเด็กหญิงตัวน้อยกำลังยืนน้ำลายไหลขณะมองดูเขากินขนมหวาน เดิมทีเขาซื้อขนมถุงนี้มาให้หลิงซี แต่เขาแค่จงใจทำให้เด็กน้อยคนนี้โลภมากเท่านั้นเอง
ตอนเที่ยงหลี่เยว่หานทำหมูสามชั้นตุ๋นเหมยไช่ เหมยไช่เป็นผักดองที่นางทำขึ้นมาตั้งแต่เดินทางมาถึงที่หมู่บ้านจางหนิง ถึงแม้ว่าจะยังไม่ถึงเวลาเปิดแต่ก็ไม่ควรทิ้งไว้นานจนเกินไป
นับตั้งแต่วันนี้ก็ผ่านมาเกือบยี่สิบวันแล้วที่หลี่เยว่หานหมักเหล้าองุ่นเอาไว้ หลี่เยว่หานลิ้มรสเหล้าองุ่นเป็นการส่วนตัวก่อนถึงรู้ว่าตอนนี้จวนจะได้ที่แล้ว จึงรินเหล้าใส่หม้อเล็ก ๆ ให้เวินเทียนเหล่ยชิม
“หือ? เหล้าหรือ?” เวินเทียนเหล่ยอดไม่ได้ที่จะสงสัยเมื่อเห็นเหล้าสีแดง “อันที่ท่านบอกว่าหมักด้วยผลไม้รสเปรี้ยวหรือเปล่า?”
“อืม” หลี่เยว่หานพยักหน้า “เคยได้ยินเรื่องเหล้าองุ่นในเหยือกพราวราตรีไหม?”
“เคย แต่ว่าเหล้าองุ่นคือส่วยชนิดพิเศษที่ส่งตรงมาจากทางตะวันตกไม่ใช่หรือ?” เวินเทียนเหล่ยสับสน
“ข้าจะบอกเจ้าให้ว่าองุ่นเป็นผลไม้รสเปรี้ยว และผลไม้รสเปรี้ยวนี้ก็คือองุ่น ดังนั้นนี่คือเหล้าองุ่น” หลี่เยว่หานกล่าวขณะจิบเหล้าองุ่น
คราวเมื่อนางริเริ่มทำเหล้าองุ่น นางไม่มีความมุ่งมั่นใจเลยสักนิด คิดว่ามันคงจะล้มเหลวหลายครั้ง แต่กลับคาดการณ์ไม่ถึงว่าน้ำพุจิตวิญญาณจะช่วยให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกและยังมีรสชาติ