ื่อ จ้องมองหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ด้วยดวงตาเบิกกว้าง จากนั้นจึงหันไปมองเวินเทียนเหล่ยและลุกขึ้นยืนด้วยขาที่สั่นเทา “พวกท่าน… พวกท่านไม่ให้ทางออกแก่ครอบครัวจ้าวของเราเลย…”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ ทำไมถึงไม่ให้ทางออกแก่ครอบครัวจ้าวหรือ ลูกสาวที่ตระกูลจ้าวเลี้ยงดูมาชั่งไร้เหตุผลสิ้นดี มารังแกน้องหานเยว่กับครอบครัวนางแบบนี้ก็ถือว่าครอบครัวนางอดทนกับครอบครัวจ้าวของเจ้ามากพอแล้ว!”
“ใช่ เจ้าคิดว่าจ้าวซินเอ๋อร์เป็นคนดีหรือไง? เจ้ารู้บ้างหรือไม่ว่านางทำสิ่งที่น่ารังเกียจในหมู่บ้านไปมากแค่ไหน! หากจ้าวต้าเป่าไม่ใช่คนเฒ่าคนแก่ พวกเราก็คงอดกลั้นต่อความหยิ่งผยองของบุตรสาวตระกูลจ้าวของเจ้าไม่ไหวหรอก!”
“พูดอีกก็ถูกอีก! เมื่อก่อนพวกเราก็ขอให้น้องหานเยว่ไปขายงานปักที่ร้านขายผ้าอวี้เยว่ให้เหมือนกัน แต่พอน้องหานเยว่ปฏิเสธ พวกเราก็ไม่ได้ทำอันใด นอกจากนี้นางยังช่วยพาพวกน้องสะใภ้พี่สะใภ้ไปดูงานที่ร้านผ้าอวี้เยว่แทน มีแต่จ้าวซินเอ๋อร์นั่นแหละ เหตุใดถึงมาขัดแย้งกับน้องหานเยว่อยู่ได้?”
…
หลังจากทุกคนออกมาพูด จ้าวต้าเป่าก็เริ่มพูดไม่ออก
“เอาล่ะ หยุดเถียงกันสักที!” เวินเทียนเหล่ยร้องตะโกน ทุกคนรีบพากันเงียบเพราะอยากรู้ว่าเวินเทียนเหล่ยจะกล่าวอะไร
ระหว่างนี้เวินเทียนเหล่ยได้ส่งสัญญาณให้ฉงหยางเข้าไปประครองหลี่เยว่หานให้นั่งลง แล้วจึงกล่าวว่า “พี่สะใภ้ของข้ายังไม่หายป่วยจากอาการบาดเจ็บสาหัส มาทนฟังเสียงเจื้อยแจ้วแบบนี้ไม่