พูดของหลี่เยว่หาน
ทว่าเมื่อหันกลับมามองลูกชายที่ผอมแห้งแรงน้อย เขาตัวไม่สูงนักหากเปรียบเทียบกับบรรดาเพื่อนฝูง ในฐานะมารดานางคงจะทุกข์ใจ จึงกัดฟันกำเงินไปซื้อกระดูกหมูสองโครง
คราวเมื่อย้อนคิดถึงสภาพของมู่ชวนที่มาถึงหมู่บ้านในช่วงแรก ใบหน้าของเขาผอมสูบ ดูไม่มีแรงกำลังวังชา แต่พอมาดูวันนี้ ใบหน้าของเด็กน้อยสดใสขึ้นมามาก จึงทำให้พวกเขาเชื่อคำพูดของหลี่เยว่หาน
“แม่ม่ายหานเต็มใจใช้เงินเลี้ยงดูลูกจริง ๆ สินะ” จู่ ๆ ใครบางคนก็กล่าวขึ้น ทำให้ทุกคนเงียบไปในทันที
ใครกันจะกล้าเรียกแม่ม่ายต่อหน้าหญิงม่าย… นอกจากนี้ ตั้งแต่หลี่เยว่หานมาถึงหมู่บ้านก็ไม่มีใครก่อเรื่องมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว เธอช่วยขับไล่ตระกูลฉางและยังช่วยวังหลานหางาน ทุกคนเคยรังเกียจที่หญิงม่ายตระกูลฉางกับตระกูลข่งทำเรื่องสกปรก ดังนั้นพวกเขาจึงเรียกพวกนางว่า ‘แม่ม่าย’
ทว่าหลี่เยว่หานกลับแตกต่างออกไป
“ฮ่าฮ่า” หลี่เยว่หานหัวเราะแห้ง ๆ ขณะที่ภายในใจกำลังพึงรำลึกถึงฉีต้าจ้วงที่ไม่มีอยู่จริงอย่างเงียบ ๆ ด้วยใบหน้าที่มืดมนลง “บางคนมีพ่อแม่แต่ก็ไม่ได้รับการอบรมเลี้ยงดู ทำตัวปากสุนัขที่เต็มไปด้วยอุจจาระ มีปากทั้งทีก็ไม่รู้จักพูดจาให้เหมาะสม เอาแต่พูดเรื่องไร้สาระไปวัน ๆ”
ไม่ว่าพวกเขาจะน่ารังเกียจแค่ไหน แต่หลี่เยว่หานจะทำตัวไร้ความปรานีทันทีเมื่อต้องสาปแช่งผู้คน ดังนั้นหลังจากเกิดเหตุการณ์เรื่องงานปักก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าสร้างป