ัญหาให้หลี่เยว่หาน และคนที่กล่าวประโยคนั้นในวันนี้คือนางเฉาลูกสะใภ้ตระกูลจ้าว แม่ของจ้าวซินเอ๋อร์
หลังจากที่ได้ยินเรื่องของจ้าวซินเอ๋อร์ หลี่เยว่หานรู้สึกไม่พอใจในตัวนางเฉามาก ยิ่งไปกว่านั้นวันนั้นเนี่ยเตอเป่าเป็นคนไปช่วยจ้าวซินเอ๋อร์ออกมา จึงมีข่าวลือในหมู่บ้านว่าทั้งสองคนแอบพลอดรักกันเป็นการส่วนตัว จ้าวซินเอ๋อร์ไม่มีทางเลือกอื่นจึงกล่าวต่อสาธารณชนว่านางจะกตัญญูต่อบิดามารดาที่บ้าน และจะไม่แต่งงานจนกว่าจะอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์
หากเป็นแม่หญิงประพฤติตนงามก็สมควรแก่เวลาที่จะพูดเรื่องแต่งงาน แต่ในใจนางเฉากลับคิดว่าหากหลี่เยว่หานช่วยบุตรสาวตน เนี่ยเตอเป่าก็จะไม่มาทำให้ชื่อเสียงของจ้าวซินเอ๋อร์มัวหมอง ตอนนี้ใช้เวลาอยู่ในบ้านตลอดทั้งปีก็ดีแล้ว ไม่มีแม่สื่อคนไหนกล้ามาทาบทามให้ไปแต่งงานอีก แต่ถ้าอยากจะแต่งงานก็ควรให้แม่เฒ่ามาสู่ขอ
ดังนั้น นางเฉาจึงเกลียดชังหลี่เยว่หานมาก นางคิดว่าการที่จ้าวซินเอ๋อร์หลอกใช้เนี่ยเตอเป่าเป็นเครื่องมือในวันนั้นไม่ผิดอะไร ในความคิดของนาง เนี่ยเตอเป่าก็เป็นแค่เศษเดนคนหนึ่งที่มีความปรารถนาต่อลูกสาวของนางจึงยินดีเข้ามาให้ความช่วยเหลือ รวมถึงนั่นคงเป็นความปรารถนาของหลี่เยว่หานเช่นกัน
“แม่ม่ายก็คือแม่ม่าย บั้นท้ายของเจ้าไม่สะอาดแล้ว ปากก็ยังโสมมอีก” นางเฉาตอบกลับด้วยความโกรธ
หลี่เยว่หานจำได้ว่านางเป็นแม่ของจ้าวซินเอ๋อร์ หลังจากคิดทบทวนเรื่องน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้นในหมู่