บ้านแล้วก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันที และไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธเคือง เพียงแต่ยิ้มเบา ๆ “ข้าก็คิดว่าใคร ที่แท้ก็แม่ของจ้าวซินเอ๋อร์นี่เอง ได้ยินมาว่าแม่สื่อหลายคนบุกไปขอทาบทามซินเอ๋อร์มาแต่งงานถึงหน้าบ้านตระกูลจ้าว แต่แม่ของซินเอ๋อร์เอาแต่ปฏิเสธลูกเดียว ตอนนี้คงอยากจะเก็บสาวงามบานสะพรั่งไว้ข้างกายแล้วรอให้แก่หงำเหงือกก่อนสินะ จุ๊ ๆ ๆ น่าเสียดายจัง”
หากกล่าวถึงการทะเลาะวิวาท ไม่สำคัญว่าตนจะพูดจารุนแรงหรือหยาบคาบแค่ไหน สิ่งสำคัญคือตนสามารถกระตุ้นอารมณ์โกรธของอีกฝ่ายได้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก
สำหรับนางเฉาแล้ว ตอนนี้จ้าวซินเอ๋อร์คือจุดอ่อนที่เจ็บปวดที่สุดของนาง
หลังจากที่หลี่เยว่หานกล่าวจบ นางเฉาก็อุทานว่า ‘โอ้’ “เจ้ากล้าพูดแบบนี้ได้อย่างไร? หากไม่ใช่ว่าเจ้าไม่เต็มใจช่วยซินเอ๋อรขายงานปัก เนี่ยเตอเป่าจะฉวยโอกาสนี้มาทำลายชื่อเสียงของซินเอ๋อร์หรือ!”
“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าเป็นแม่ของซินเอ๋อร์ แล้วเหตุใดจึงไม่ช่วยนางขายงานปักเล่า?” หลี่เยว่หานมองดูนางเฉา “ข้านึกว่าแม่ของจ้าวซินเอ๋อร์ตายไปแล้วเสียอีก แต่นี่เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือ? เจ้ายังมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่?”
“นังเด็กเมื่อวานซืน วันนี้ข้าจะฉีกปากเจ้าออกจากกันให้คอยดู!” นางเฉาโมโหมากจนควันออกหู ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่รถเกวียนจะออกเดินทาง ผู้โดยสารบนรถยังมีจำนวนไม่มากนัก นางเฉาที่โกรธจัดรีบพุ่งเข้าไปคว้าหลี่เยว่หาน ทว่าหลี่เยว่หานกลับหลบได้อย่างง่ายดาย นางเฉาจึงย