หลังจากเล่าจบ เขาและแม่ของเขาก็คุกเข่าเคียงข้างกัน ต่อหน้าหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋
หัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ปวดหัวมาก
เมื่อหลี่เยว่หานมาตั้งรกรากอยู่ในหมู่บ้านจางหนิง เด็กหนุ่มสองคน ตวนอู่และจงชิวให้ประโยชน์มากมายแก่เขา อีกทั้งหลี่เยว่หานก็ยังเป็นคนใจกว้าง ปกติเธอจะไม่ลืมนำอาหารอร่อย ๆ มาแบ่งปันให้พวกเขาที่บ้าน
ทุกคนเข้าใจแล้วว่าเกิดอันใดขึ้นในวันนี้ แม่ม่ายฉางที่มีเจตนาชั่วร้าย เดิมทีหัวหน้าหมู่บ้านอวี๋ต้องการลงโทษแม่ม่ายฉาง ด้วยการมัดนางไว้ที่ประตูห้องโถงบรรพบุรุษหนึ่งวันหนึ่งคืน
แต่คาดไม่ถึงเลยว่าแม่ม่ายฉางจะทำสิ่งที่เลวร้ายเช่นนี้ กับสองแม่ลูกตระกูลข่ง ก่อนที่นางจะมาหาเรื่องหลี่เยว่หาน!
กรณีนี้… เกรงว่าจะต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่…
“แม่ม่ายข่งจะหาเงินจากการปักผ้าหรือ? ขายให้ร้านขายผ้าอวี้เยว่หรือ?” เหล่าชาวบ้านอดสงสัยไม่ได้ “ร้านขายผ้าอวี้เยว่จะอยากได้ของจากแม่ม่ายในหมู่บ้านได้อย่างไร? หรือว่านางจะยังทำงานเดิมอยู่ แล้วแต่งเรื่องโกหก?”
“ข้า ข่งซูเจี๋ย สาบานในนามของบัณฑิตว่า หากสิ่งที่ข้าเพิ่งพูดไปเป็นเท็จแม้เพียงครึ่งเดียว ขอให้ข้าไม่มีวันสอบผ่านได้ตลอดชีวิต!”
ข่งซูเจี๋ยสาบานด้วยคำกล่าวที่รุนแรง โดยไม่เอ่ยคำแก้ตัวสักคำ คนที่ถามจึงอดไม่ได้ที่จะปิดปากเงียบ
ในที่สุดหลี่เยว่หานก็สงบลง เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ ด้วยการช่วยประคองของสะใภ้โจว แล้วพูดว่า “สิ่งที่ซูเจี๋ยพูดเป็นความจริง เจ้าของร้านขายผ้าอวี้เย