บายในอนาคตอีกหรือ?” แม่ค้าหัวเราะ
หลี่เยว่หานโกรธมากเมื่อได้ยินดังนั้น “ข้าตั้งใจขายของ แต่ท่านยังมีเวลาคิดเพ้อฝันได้ เหตุใดท่านไม่ไปเป็นนักเล่านิทานเสียเลยเล่า” เมื่อพูดจบ หลี่เยว่หานก็เหลือบมองแผงขายขนมแป้งทอดของนางแล้วเย้ยหยัน “ท่านเอาแต่คิดเพ้อฝันเกินไป ไม่แปลกใจเลยที่ท่านหาเงินได้น้อยมาก! ข้าเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกก็หาเงินได้ห้าสิบอีแปะแล้ว ส่วนท่าน นั่งขายมาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ได้เงินแค่สิบกว่าอีแปะเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่ท่านหาเงินได้น้อย”
หลังจากพูดจบ หลี่เยว่หานก็หันหลังเดินจากไป
เพราะมีพี่กวนมาอุดหนุน หลี่เยว่หานจึงค่อนข้างมีความสุขในตอนแรก แต่เมื่อคนขายขนมแป้งทอดพูดเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็ไม่พอใจ หลังจากด่าคนขายขนมแป้งทอดไปแล้ว หลี่เยว่หานก็รู้สึกดีขึ้นอีกครั้ง แต่เมื่อนึกได้ว่าตนได้เงินมาถึงห้าสิบอีแปะ มากพอที่จะซื้อเสื้อผ้าสองชุดให้หลิงซีได้ และมากพอที่จะซื้อผ้าอีกครึ่งผืนด้วย
ที่นี่มีร้านขายผ้าเพียงไม่กี่ร้านที่รวบรวมตัวอย่างงานปักในอำเภอหวาซี หลี่เยว่หานใช้เงินหนึ่งอีแปะเพื่อถามทาง แล้วเดินไปยังร้านขายผ้าอวี้เยว่ที่ใหญ่ที่สุด
ร้านขายผ้าอวี้เยว่ในเมืองหลิวชิงเป็นกิจกาจของตระกูลเวิน แต่ร้านขายผ้าอวี้เยว่ในอำเภอหวาซีน่าจะเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุด
ขณะที่กำลังคิดเรื่องนี้ หลี่เยว่หานก็หันไปเห็นเด็กทั้งสองนั่งอยู่บนขั้นบันไดของร้านขายผ้าอวี้เยว่จึงรีบเดินไปหา
“ขอบคุณนะซูเจี๋ย