ที่ช่วยดูแลเสี่ยวหลิงตังให้” หลี่เยว่หานพูด พร้อมกับหยิบขนมโก๋สองชิ้นออกจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้เด็กทั้งสองคนละหนึ่งชิ้น
แต่ข่งซูเจี๋ยไม่รับ “ได้ค่าตอบแทนโดยที่ยังไม่ได้ทำอันใดเลย ต้องขอบคุณท่านน้าขอรับ”
“ไม่ได้ทำอันใดได้อย่างไร เจ้าช่วยดูแลเสี่ยวหลิงตังให้ข้ามาตั้งนานแล้ว แต่ยังปฏิเสธค่าตอบแทนอีก ขนมโก๋นี้ราคาเพียงชิ้นละสามอีแปะเท่านั้น รับไปเถิด ไม่อย่างนั้นข้าจะรู้สึกเหมือนว่าข้าเอาเปรียบเจ้านะ!” หลี่เยว่หานกล่าว แล้วลูบหัวข่งซูเจี๋ยอย่างอ่อนโยน “เจ้าขายตัวอย่างงานปักของแม่เจ้าไปแล้วหรือ?”
หลังจากได้ยินดังนั้น ข่งซูเจี๋ยก็ก้มหน้าลง “ยังขอรับ พวกเขาบอกว่ารูปแบบงานปักของแม่ข้าล้าสมัย”
“ถ้าเจ้าไว้ใจน้าก็เอาตัวอย่างงานปักนั่นมาให้น้าสิ แล้วน้าจะขายให้เจ้าได้แน่นอน” หลี่เยว่หานพูด แล้วยกมือออกจากศีรษะของข่งซูเจี๋ย
หลังจากฟังคำพูดของหลี่เยว่หานแล้ว ข่งซูเจี๋ยก็มองหลี่เยว่หานด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ “ท่านน้าหาน แม่ของข้า… แม่ของข้าทำกับท่านเช่นนั้น แต่ท่านก็ยังเต็มใจจะช่วยพวกเราอีกหรือขอรับ?”
“เฮ้อ มันง่ายมาก เจ้าอย่าได้เก็บมาคิดเลย!” สิ่งที่หลี่เยว่หานกลัวมากที่สุดก็คือข่งซูเจี๋ยชอบเกรงใจเหมือนกับมู่ชวน ตนจึงต้องการทำให้คำขอบคุณที่เขากำลังจะพูดออกมากลับเข้าไปในท้องของข่งซูเจี๋ย
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานพูดเช่นนี้ ข่งซูเจี๋ยก็ไม่ลังเลเลย เขาหยิบตัวอย่างงานปักออกมาส่งให้หลี่เยว่หาน “ตราบใดที่มัน