กเหลือเกิน จึงหลั่งน้ำตาออกมา “ข้ามาอยู๋ในที่ที่ข้าเองก็ไม่ทราบว่าเป็นช่วงยุคใด ไม่ใช่ทั้งราชวงศ์ถังหรือราชวงศ์ซ่ง วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ก้าวหน้า ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร!”
“ท่านทราบเรื่องทั้งหมดดี แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่ทราบ ท่านนี่ช่าง… เป็นหมาป่าอวดหางเสียจริง[1]*!”
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานร้องไห้ หัวใจของเมิ่งฉีฮ่วนจึงรู้สึกเจ็บปวด
“เช่นนั้น เจ้าจะทิ้งข้าไปหรือไม่?”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรอยู่สักพักใหญ่
หากไม่ไป แล้วจะให้กลับไปแบบซากศพเดินได้อย่างนั้นหรือ?
“เจ้าฟังนะ ข้าจะให้คนพาเจ้าไปส่งยังที่พัก อย่างช้าสุดก็ประมาณรครึ่งปีให้หลัง ข้าจะไปพบเจ้า” สุดท้ายความรู้สึกที่อยู่ภายในใจของเมิ่งฉีฮ่วนก็ได้ถูกเอ่ยออกมาจนหมดแล้ว สุดท้ายก็ได้เข้าใจว่าหลี่เยว่หานเองก็มีเขาอยู่ในใจเช่นกัน ในตอนนั้น มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นด้วยความดีใจ “เจ้าพาหลิงซีไป ไปรอข้า ข้าจะสะสางทุกอย่างให้เสร็จสิ้น หลังจากนั้นจะพามู่ชวนไปหาเจ้าและหลิงซีอีกครั้ง”
หลิงซีที่ถูกลืมไปจนกระทั่งตอนนี้ ในที่สุดก็ได้ยินท่านอาพูดถึงตัวเองเสียที พลางเข้าสบทบร่วมกันทันที เบียดเสียดแทรกกายทั้งสอง แล้วสวมกอดคอเมิ่งฉีฮ่วนแน่น “ท่านอา ข้าจะดูแลท่านอาหญิงเป็นอย่างดี หลิงซีโตแล้ว ดูแลท่านอาหญิงได้ดีแน่นอน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็รู้สึกแสบจมูกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม “อาหญิงน่าจะดูแลหลิงซีได้ดี