้าอยู่ข้างกายข้า และข้าทำทุกทางเพื่อปกป้องเจ้า รักเจ้า อยากให้เจ้าได้ใช้ชีวิตโดยไร้ซึ่งความกังวล เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไม่ต้องเร่งรีบไปตลอด ไม่ต้องรู้สึกโกรธเพราะโดนกลั่นแกล้ง ข้าอยากให้เจ้าอยู่เคียงข้างข้า ไม่ได้ขอให้เจ้ามาช่วยเหลือข้า ข้าไม่เคยต้องการดึงเจ้าเข้ามาเกี่ยวกับข้อพิพาทพวกนี้ด้วยซ้ำ”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเขา หลี่เยว่หานจึงเงียบไปสักครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงนั่งกอดอก เงยหน้าขึ้นสบตากับเมิ่งฉีฮ่วนแล้วพูด “เช่นนั้นท่านบอกข้าหน่อย วันนั้นในสระน้ำ ท่านช่วยข้าได้อย่างไร?”
“เจ้า…”
“ท่านอย่าได้บอกเชียวว่าตอนแรกข้าไม่ได้สิ้นใจ ข้ามั่นใจว่าสภาพร่างกายเป็นอย่างไร ยามเมื่อฟื้นขึ้นมาแล้วอยู่ในร่างนี้”
เมิ่งฉีฮ่วนไม่เอ่ยสิ่งใด นั่งประจันหน้าอยู่ตรงข้ามหลี่เยว่หาน และทำเพียงแค่นนิ่งเงียบ
หลี่เยว่หานเห็นดังนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มขยับตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเมิ่งฉีฮ่วน
เมื่อเมิ่งฉีฮ่วนคิดว่าในที่สุดหลี่เยว่หานก็มีปฏิกิริยาต่อคำสารภาพที่เขาเพิ่งเอ่ยไปเมื่อสักครู่ ขณะนั้นหญิงสาวก็ได้เอื้อมมือเข้าไปตรงบริเวณหน้าอกของเขาก่อนจะดึงเสื้อให้เปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นซึ่งอยู่บนหน้าอกของชายหนุ่ม
“ท่านต้องการช่วยข้า จึงต้องกรีดหัวใจนี่อย่างไร” หลี่เยว่หานมองดูรอยแผลเป็นบนหน้าอกของเขาก็ฝืนยิ้ม “ถึงแม้ว่าในตอนนั้นข้าจะกำลังสับสนงุนงง และสุดท้ายก็หมดสติไป เวลานั้นข้าอาจจะไม่มีลมหายใจแล้วก็เป็น