ล้วเอ่ยขึ้นว่า “ในใจของข้ามีเพียงเจ้ามาโดยตลอด! หากไม่ใช่เพราะเจ้า! ข้าก็คงไม่เสนอหน้ามาที่บ้านหลังนี้! ข้าคงไม่ต้องคิดพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้รับความโปรดปรานหรอก!”
“หุบปาก!” เมิ่งฉีฮ่วนถีบเข้าอีกครั้ง เขาทุบตีจนจินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นดังนั้น หัวหน้ากองปราบจึงถอนหายใจออกมานิดหน่อย
“นายท่านหลิ่ว คดีนี้ชัดเจนยิ่งนัก” หัวหน้ากองปราบเอ่ย “ทุกอย่างล้วนเกิดจากความริษยาชิงชังของแม่นางผู้นี้ จึงเป็นเหตุผลให้ได้เข้าใจว่าเหตุใดจึงลงมือทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ตอนนี้ทั้งคุณหนูและคุณหนูน้อยเองก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว เช่นนั้นแล้วควรจะจับแม่นางผู้ไปขังเอาไว้ในคุกเพื่อรอโทษประหาร เป็นการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของทั้งสองบนสรวงสวรรค์”
หากเป็นกรณีธรรมดา หัวหน้ากองปราบคงไม่มาด้วยตนเองอย่างแน่นอน แต่คดีนี้เกี่ยวข้องกับสกุลหลิ่ว เขาจึงต้องพาตัวเองลุกขึ้นจากเตียง แล้วมาที่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นเมื่อเช้านี้
“ดี” หลิ่วเทียนเสียงพยักหน้าเห็นดีเห็นงามด้วย
“พาตัวไป!” หัวหน้ากองปราบโบกมือ พวกเจ้าหน้าที่จึงพาตัวจินเสวี่ยเอ๋อร์ที่กำลังหมดสติออกไป
หลิ่วเทียนเสียงถอนหายใจ พลางก้าวเดินไปทางเมิ่งฉีฮ่วนพลางเอ่ย “คนตายไม่ฟื้นคืน… เจ้าเองก็เสียใจ ข้าจะกลับไปที่บ้านแล้วอาสาพาคนมาช่วยจัดพิธีศพให้พวกนาง เจ้าพักผ่อนเยอะ ๆ นะ ยังมีเด็กอีกคนที่รอให้เจ้าดูแลอยู่”
หลิ่วเทียนเสียงเอ่ยจบ เมื่อเห็นว่าเมิ่งฉีฮ่วนไม่มีปฏิกิริยาอื่