ัวให้เล็กลงก่อนจะพูดจาด้วยสีหน้าอ่อนล้า “ข้าเพิ่งย้ายไปอยู่ที่ใหม่ วุ่นกับการเก็บกวาดทำความสะอาดทั้งข้างในและข้างนอกตัวเรือน บังเอิญได้ยินว่าเกิดเรื่องในบ้านสกุลเมิ่ง มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับข้า…”
นางยังคงเอ่ยพูดเช่นนั้นด้วยความมาดมั่น
วันนี้นางตื่นแต่เช้า ทำความสะอาดทั้งในและนอกตัวเรือน นอกจากนี้ประตูก็ไม่ได้ปิดด้วย ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างมองเห็นกันหมด
แต่ทุกคนเพียงแค่เดินผ่านประตูของนางไปเท่านั้น ไม่ได้ทันสังเกตว่านางอยู่ในบ้านหรือเปล่า
“เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าตนมาที่นี่เพื่อดูแลมู่ชวนและหลิงซี?” ฮูหยินตระกูลชิวเกลียดใบหน้านวลผ่องดุจดั่งดอกบัวสีขาวของนางเป็นที่สุด ก่อนจะเอ่ยพูดจาเสียดสีประชดประชัน “ตอนนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นกับบ้านสกุลเมิ่ง หลิงซีเองก็โดนวางยาพิษ แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่รีบไปดูแลคนอื่น ๆ เสียเล่า?”
“ข้า…” จินเสวี่ยเอ๋อร์จะคิดดีมีน้ำใจงามเช่นนั้นได้อย่างไร “พวกเจ้าขวางอยู่ตรงหน้าประตูอย่างแน่นหนาเพียงนี้ แล้วข้าจะเข้าไปได้อย่างไรเล่า”
หลังจากเอ่ยจบ ชาวบ้านทุกคนก็ต่างพากันหลีกทางให้จินเสวี่ยเอ๋อร์
จินเสวี่ยเอ๋อร์ “…” ทำไมพวกเจ้าถึงสมองนิ่มไม่ได้ดั่งใจอย่างนี้! นางรับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว!
ภายใต้สายตาที่จ้องจับผิดของทุกคน จินเสวี่ยเอ๋อร์จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องทนกัดฟันสู้แล้วเดินเข้าไปในลานบ้านสกุลเมิ่ง
เข้าไปได้ไม่นาน นางก็พบมู่ชวนและท่านหมอเฉินที่กำลังเดินออกมาจากใน