ม่ช้า”
“สาปแช่งตัวเองเช่นนั้นได้อย่างไรกัน! รีบถอนคำพูดเสีย!” ฮูหยินสกุลหลิวรีบจับมือของหลี่เยว่หานขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“จินเสวี่ยเอ๋อร์ต้องเฝ้ารอดูอย่างใจจดใจจ่อหลังจากที่มาวางยาเป็นแน่ นางต้องได้รับรู้ว่าแผนของตัวเองสำเร็จลุล่วง” เมื่อหลี่เยว่หานเอ่ยจบ จึงหันมองซุนไท่กง “ถึงแม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงยังปล่อยให้นางอยู่ในหมู่บ้าน แต่ข้าเชื่อว่าท่านปู่ซุนคงมีเหตุผลของตนเอง”
เมื่อได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น บ้านสกุลหลิวจึงไม่ได้โต้แย้งอะไร ซุนไท่กงเข้าใจเจตนาของหลี่เยว่หานในทันที ก่อนจะกวักมือขึ้น “หลิวโหย่วฉาย พวกเจ้าทำตามที่เยว่หานกล่าวเถิด”
ถึงแม้ว่าหลิวโหย่วฉายและฮูหยินของเขาจะไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไร แต่เมื่อพิจารณาจากใบหน้าของหลี่เยว่หานและซุนไท่กงแล้ว ทั้งสองต่างรับรู้ได้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน พวกเขาไม่เอ่ยสิ่งใด นอกจากนี้พวกเขาทั้งสองสามีภรรยาก็ไม่เอ่ยถามด้วย หลิวโหย่วฉายอยู่กับเมิ่งฉีฮ่วนมานาน แน่นอนว่าเมิ่งฉีฮ่วนย่อมมีความลับบางอย่าง นอกจากนี้อยู่ ๆ จินเสวี่ยเอ๋อร์ยังปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันอีก เขาไม่เอ่ยถามอะไรทั้งนั้น ก่อนจะพาฮูหยินของตนออกมาจากลานด้านในอย่างเร่งรีบ
“แม่หนูเยว่หาน เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?” เมื่อคนอื่นจากไปแล้ว ซุนไท่กงจึงหันมองไปทางหลี่เยว่หาน
หลิงซีเอนกายอยู่ในอ้อมแขนของหลี่เยว่หาน พลางคล้องคอนางเอาไว้ รอให้หลี่เยว่หานเอ่ยพูดเช่นกัน
“ท่าน