น เมื่อเธอเห็นหวังเหอฮวาที่ใส่ชุดที่ทอมาจากไหมก็หุบยิ้มลง
เธออธิบายชัดเจนแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดหวังเหอฮวาจึงยังมาที่ประตูรั้วบ้านอีก!
“หลี่เยว่หาน” หวังเหอฮวาเรียกอย่างไม่ค่อยเหมาะสมนัก เมื่อเห็นหลี่เยว่หาน นางก็เอ่ยทักเพียงชื่อเท่านั้น “ข้ามีธุระกับเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานจึงก้มลงมองไปที่หลิงซี ก่อนจะเห็นว่าเจ้าตัวน้อยดูอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก จึงบอกหวังเหอฮวา “ข้ากำลังทำอาหาร ถ้าไม่ว่าอะไรก็ไปคุยกันในห้องครัวเถอะ”
เมื่อพูดจบ เธอก็เดินไปที่ห้องครัว
หวังเหอฮวาไม่ชอบใจนัก แต่ก็ยังเดินตามหลี่เยว่หานเข้าไป
หลี่เยว่หานบอกให้หลิงซีคอยดูเตาไฟ ก่อนที่เธอจะเปิดฝาหม้อ ในขณะที่กำลังจะตักชิม หวังเหอฮวาก็ได้ห้ามเอาไว้เสียก่อน “ข้าเพิ่งเห็นผู้หญิงแปลกหน้าแอบย่องออกไปจากบ้านของเจ้า ดังนั้นข้าคิดว่าเจ้าอย่าทานมันจะดีกว่า”
เมื่อได้ไปอยู่ในครอบครัวร่ำรวยและฝึกฝนตัวเองแล้ว คำพูดของหวังเหอฮวาจึงไม่เหมือนกับตอนที่นางเป็นเพียงเด็กสาวอีกต่อไป นางใจเย็นและสุขุมมากขึ้น อีกทั้งยังไม่ทำตัวน่ารำคาญ
เมื่อหลี่เยว่หานได้ยินคำพูดของหวังเหอฮวา จึงหันกลับไปมองหน้าอีกฝ่ายทันที ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้พูดเล่น ดังนั้นหญิงสาวจึงวางช้อนที่อยู่ในมือลง “ใช่สตรีที่ดูนุ่มนวลเจ้าเนื้อ และผิวขาว ๆ รึเปล่า?”
“ใช่ คราวนี้ตอนที่กลับมาที่หมู่บ้านข้าได้ยินว่าพี่เมิ่งพาพี่สะใภ้เข้ามา ข้ารู้สึกไม่คุ้นหน้าแม่นางผู้นั้น จึงคิ