นฝ่ายเริ่มก่อนนะขอรับ!”
เมิ่งฉีฮ่วน “…”
“ถ้าเช่นนั้น…” เมิ่งฉีฮ่วนเดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ หลี่เยว่หาน “หลายวันมานี้… เป็นข้าไม่ดีเอง ขอโทษนะ”
“หลิงซีดูสิว่าไฟเบาลงหรือไม่” หลี่เยว่าหานเมินเมิ่งฉีฮ่วนอย่างชัดเจน
ขณะชายหนุ่มคิดจะยอมแพ้ มู่ชวนก็เอ่ยปากอีกครั้ง “ท่านอาขอรับ ท่านอาไม่เคยเป็นแบบนี้กับอาหญิงมาก่อนนะขอรับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงต้องจำใจกัดฟันสู้อีกครั้ง เขาดึงแขนเสื้อของหลี่เยว่หาน “เจ้าหายโกรธได้หรือไม่”
“ข้ายุ่งอยู่! ไม่มีเวลาไปโกรธเจ้าหรอก!” หลี่เยว่หานกล่าว ก่อนจะวางมีดลงบนเขียงอย่างแรง จนทำให้มู่ชวนรู้สึกตกใจ
“หากเจ้าว่างอยู่ ทำไมไม่ตามไปดูว่าจินเสวี่ยเอ๋อร์ย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นเรียบร้อยดีหรือไม่ อย่าให้นางเอาเรื่องไร้สาระไปพูดข้างนอก ข้าไม่อยากโดนกล่าวหาว่าเป็นคนปากร้าย” หลี่เยว่หานมองเมิ่งฉีฮ่วนแล้วเอ่ยขึ้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกยินดีทันที “เจ้าหายโกรธแล้วหรือ?”
“เจ้าอย่ามากวนข้า” หลี่เยว่หานเอ่ย ก่อนจะหันกลับไปอีกด้าน แล้วเมินเมิ่งฉีฮ่วนอีกครั้ง
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานเป็นเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนก็รู้ว่านางไม่โกรธแล้ว นางค่อนข้างปากร้ายจริง ๆ ชายหนุ่มเดินออกไปอย่างมีความสุข พลางสอดส่องท่าทีของจินเสวี่ยเอ๋อร์ว่าบริสุทธิ์ใจจริงหรือไม่
เมื่อมู่ชวนเห็นเช่นนั้น จึงถอนหายใจแรง ๆ ออกมา “อาหญิงช่างเกลี้ยกล่อมง่ายจริง ๆ!”
“???” หลี่เยว่หานมองไปทางมู่ชวนด้ว