ู่เบื้องหลังกันเล่าขอรับ?”
“เจ้านี่นะ” ซุนไท่กงถอนหายใจ “ฉลาดก็ฉลาด ทว่าก็ยังมีจุดบกพร่องอยู่บางส่วน หากเจ้าไล่นางไปตอนนี้ ไม่เพียงเจ้ากุ้งตัวเล็กที่บงการนางอยู่จะไหวตัวทันเท่านั้น แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเองก็จะระวังตัวด้วยเช่นกัน มันไม่คุ้มเสี่ยงใช่หรือไม่”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงพยักหน้า เขายืนขึ้นก่อนจะโค้งคำนับแสดงความนับถือซุนไท่กง “ศิษย์ทราบแล้วขอรับ!”
“เอาเถอะ ข้ายู่คนเดียวในชนบทมานาน ทั้งยังผันตัวมาเป็นชาวนาแล้วด้วย รับความเคารพจากเจ้าไม่ได้หรอก” ซุนไท่กงกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมไม้เท้าคู่กาย “นี่ก็เริ่มสายแล้ว ข้าจะแวะไปดูหลิงซีเสียหน่อย เหตุการณ์นี้คงจะทำให้จินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่กล้าทำอะไรร้ายแรงกับหลิงซีแล้วล่ะ แต่วันนี้จินเสวี่ยเอ๋อร์และภรรยาของเจ้ามีปากเสียงกัน นางคงไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปง่าย ๆ แน่ เจ้าควรจับตามองภายในบ้านให้มากขึ้น จนกว่าจินเสวี่ยเอ๋อร์จะย้ายออกในวันรุ่งขึ้น ดูแลอย่าให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก”
“ศิษย์ทราบแล้วขอรับ” เมิ่งฉีฮ่วนยังคงแสดงท่าทีนอบน้อม
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของชายหนุ่ม ซุนไท่กงเองก็ไม่ได้เอ่ยอะไร เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินออกจากบ้านสกุลเมิ่งไป
ขณะที่กำลังมองดูแผ่นหลังของซุนไท่กง เมิ่งฉีฮ่วนก็ได้แต่ถอนหายใจ
โชคดีที่จินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้พบแม่นางซุนตอนที่ไปบ้านผู้อาวุโส มิเช่นนั้นนางคงจำได้อย่างแน่นอนว่าซุนไท่กงคือท่านราชครูในตอนนั้น