วกับชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ หลี่เยว่หานก็อดกลั้น พร้อมกอดหลิงซีเอาไว้แน่น และเดินนำมู่ชวนเข้าไปยังลานด้านใน ก่อนจะไป เธอจ้องจินเสวี่ยเอ๋อร์ที่กำลังร้องไห้อยู่แวบหนึ่ง
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานเข้าไปลานด้านในแล้ว ความสนใจของทุกคนก็พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน
กำลังจะพูดเรื่องอะไรกัน ทำไมเมิ่งฉีฮ่วนต้องหลบเลี่ยงหลี่เยว่หาน?
“จินเสวี่ยเอ๋อร์” เมิ่งฉีฮ่วนยืนอยู่ต่อหน้าจินเสวี่ยเอ๋อร์ และพูดอย่างเย็นชา “เจ้าจะพูดเอง …หรือให้ข้าช่วยเจ้าพูดดี?”
“เมิ่งหลาง เจ้าต้องเชื่อข้า ข้าไม่มีทางคิดร้ายกับหลิงซีได้!” จินเสวี่ยเอ๋อร์ยังคงร้องไห้ “ข้าเห็นนางเกิดมา มู่ชวนก็โตใต้จมูกของข้า ข้าจะทำร้ายพวกเขาได้อย่างไร!”
“เมื่อครู่ข้าเห็นได้อย่างชัดเจน” เมิ่งฉีฮ่วนอดทนมากและพูดด้วยท่าทีสงบ “ข้ามองเห็นเจ้าจากไกล ๆ ข้าเรียกเจ้า แต่เจ้าก็วิ่งหนีไป หากเจ้าไม่ถูกฝูงสุนัขของหมู่บ้านขวางไว้ เจ้าคงจะเข้าป่าไปแล้ว เจ้ายังคิดจะเล่นลิ้นอีกหรือ?”
หลังจากได้ยินสิ่งที่เมิ่งฉีฮ่วนพูด สะใภ้ชิวที่ยืนอยู่นอกประตูก็เริ่มตะโกนทันที “สวรรค์! ข้าเกรงว่าผู้หญิงคนนี้จะมาที่นี่เพื่อลักพาตัวเด็ก!”
“อะไรนะ ลักพาตัวเด็กหรือ? สวรรค์ ส่งนางไปให้ทางการเดี๋ยวนี้เลย!”
“รีบตัดสินเกินไปแล้ว? ผู้หญิงที่อ่อนแอและบอบบางขนาดนี้จะเป็นโจรลักพาตัวเด็กได้อย่างไร? ข้าได้ยินมาว่าโจรลักพาตัวเด็กทุกคนตัวใหญ่ นางดูไม่เหมือนแบบนั้นเลย”
“เจ้ามันพวกหื่นกาม ที่เจ้าพูดแบบนั้นก็