งเด็กน้อยแผ่วเบาและอ่อนแรง เหมือนกับเสียงสะอื้นทางจมูกเมื่อครู่นี้ มันทำให้ผู้คนรู้สึกเป็นทุกข์
หลี่เยว่หานรีบลูบจมูกของตน ก่อนจะหันหน้าไปยิ้มพลางจับมือหลิงซี “อาหญิงไม่ได้เป็นหวัด แค่คัดจมูกเฉย ๆ”
ทว่าหลิงซีไม่สนใจคำพูดเธอ เด็กหญิงตัวน้อยลุกขึ้นจากเตียงอย่างเซื่องซึม หยิบผ้านวมครึ่งหนึ่งที่หลี่เยว่หานห่มไว้บนตัวของตนคลุมให้อีกฝ่าย นางพูดด้วยท่าทางจริงจัง “อาหญิงก็เปียกเช่นกัน” นางหยิบผ้าเช็ดหน้าแห้งขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเช็ดผมของหญิงสาวอย่างงุ่มง่ามแต่จริงจัง
เมื่อเห็นหลิงซีเป็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็รู้สึกแสบจมูก น้ำตาใกล้จะไหล
“หลิงซีคนดี อาหญิงทำเอง เจ้าห่อตัวซะ เดี๋ยวอาเมิ่งก็จะเข้ามาพร้อมน้ำขิงเชื่อมอุ่น ๆ กับกระถางไฟ” หลี่เยว่หานพูดพลางห่อหลิงซีลงเป็นเกี๊ยวข้าวเล็ก ๆ อีกครั้ง
“ก๊อก ก๊อก” มีเสียงเคาะประตู เมื่อหลี่เยว่หานเงยหน้าขึ้น ก็เห็นจินเสวี่ยเอ๋อร์ยืนอยู่นอกประตูด้วยสีหน้าลังเลใจ
“มีอะไร?” หลี่เยว่หานระแวงจินเสวี่ยเอ๋อร์โดยสัญชาตญาณ เธออธิบายไม่ได้ว่าทำไมตนถึงได้ระวังตัว แต่ทันทีที่เห็นจินเสวี่ยเอ๋อร์ สีหน้าของหลี่เยว่หานก็เย็นชา
“ข้า… ข้าจะมาหาหลิงซี” จินเสวี่ยเอ๋อร์พูดอย่างระมัดระวัง
เดิมทีหลี่เยว่หานอยากจะบอกว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องมา แต่หลังจากคิดแล้ว เธอก็พยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เข้ามา แล้วปิดประตูด้วย”
หลังจากฟังหลี่เยว่หานพูดแล้ว จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ก้าวเข้าไปในห้องของหล