ะใภ้ของเมิ่งฉีฮ่วน ไม่เพียงจะไม่มีใครเชื่อนางเท่านั้น พวกเขายังบอกอีกว่าจินเสวี่ยเอ๋อร์เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดของมู่ชวนกับหลิงซี เมิ่งฉีฮ่วนหนีออกจากบ้านพร้อมกับเด็ก หลังตั้งรกรากในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นและแต่งภรรยา จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็สืบตามมาจนเจอ ไม่อย่างนั้นเหตุใดนางถึงเอาแต่เรียก ‘แม่นางหลี่’ ครั้งแล้วครั้งเล่า เห็นชัด ๆ ว่าไม่ได้มองหลี่เยว่หานในฐานะสมาชิกในครอบครัว
แม้ในเวลานั้นหลี่เยว่หานจะแสดงสีหน้าไม่แยแส แต่เมิ่งฉีฮ่วนก็ต้องให้ความสนใจ และทุกคนจะต้องไม่เข้าใจผิด!
หลังจากฟังคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วนแล้ว จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มอ่อนโยน “เมิ่งหลางพูดถูกแล้ว ตอนนี้แม่นางหลี่เป็นภรรยาของเจ้า มันเหมาะแล้วที่ข้าจะเรียกนางว่าน้องสะใภ้”
“อย่าเรียกข้าว่าเมิ่งหลาง” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวเสริม “ในชนบท หลางคือคำเรียกสามี การเรียกข้าแบบนี้จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ แค่เรียกข้าว่าน้องเมิ่งเหมือนพวกพี่สะใภ้ในหมู่บ้าน”
หลังจากพูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็ดึงหลี่เยว่หานให้นั่งลงที่โต๊ะอาหารโดยไม่รอให้จินเสวี่ยเอ๋อร์โต้ตอบ
จินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงไม่มีเวลารับมือ เมื่อตระหนักได้ ทั้งครอบครัวก็เริ่มกินอาหารเช้ากันแล้ว
หญิงสาวทำได้เพียงเข้าไปในครัวอย่างเงียบ ๆ และหลังจากล้างมือด้วยน้ำร้อนแล้ว นางก็นั่งลงที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะเริ่มกิน
ตอนนี้หลี่เยว่หานนำชามและตะเกียบมาใ