้อย่ากังวล ข้ากินสิ่งเหล่านี้ได้” จินเสวี่ยเอ๋อร์พูดเบา ๆ “เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องของข้า แค่ดูแลมู่ชวนกับหลิงซีให้ดีก็พอ”
แม้จะเป็นเรื่องจริง แต่มู่ชวนที่ยังคงมีความทรงจำตอนอยู่กับจินเสวี่ยเอ๋อร์รู้สึกไม่พอใจยิ่ง เขาพูดทันที “อาหญิง แม่เล็กหมายความว่าท่านไม่สามารถปรุงอาหารที่นางชอบกินได้ เพราะพวกมันทั้งหมดเป็นของที่คนรวยกิน ซึ่งมันต่างจากที่เรากิน”
เมื่อจินเสวี่ยเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนไป “มู่ชวน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าตั้งใจจะกล่าว”
“ตอนเจ้าอยู่ที่บ้าน เจ้าไม่ใช่จับผิดอาหารที่แม่ครัวทำประจำรึ?” มู่ชวนเผยหน้ากากของจินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างไม่ใส่ใจ “ทั้งยังบังคับท่านพ่อให้เปลี่ยนคนครัวหลายครั้ง แม่เล็กลืมงั้นหรือ?”
ไม่คาดว่ามู่ชวนจะไม่เคารพนางมากถึงเพียงนี้ จินเสวี่ยเอ๋อร์พลันรู้สึกหมดหนทางทันที
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานจึงอธิบายให้มู่ชวนฟังด้วยรอยยิ้ม “มู่ชวน มันไม่เหมือนตอนที่อยู่บ้านเจ้า แม่เล็กของเจ้าเคยอาศัยอยู่ที่ห่างไกล ข้าได้ยินอาเมิ่งของเจ้าบอกว่าที่นั่นยากจนมาก แม่เล็กของเจ้าอยู่คนเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นอย่าหยาบคายนัก”
“ข้าฟังอาหญิงขอรับ” มู่ชวนยืนหยัดมั่นคงมาก ขณะที่เด็กชายกินใกล้เสร็จแล้ว เขาก็วางชามและตะเกียบลง เดินไปล้างปากแล้วเดินกลับไปที่จินเสวี่ยเอ๋อร์ “ข้ากำลังจะไปสำนักศึกษา”
จินเสวี่ยเอ๋อร์ “???”
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลี่เยว่หานก็เอ่ยเตือนด้วยรอย