ยิ้ม “พี่สะใภ้ ถึงเวลาที่มู่ชวนต้องไปสำนักศึกษาแล้ว เจ้าต้องไปกับเขาเพื่อป้องกันไม่ให้เขาหกล้มระหว่างทาง ก่อนที่เจ้าจะมา ข้าเป็นคนไปส่งมู่ชวน แต่เจ้าอยู่ที่นี่แล้ว ทั้งเจ้าก็ยังบอกว่าต้องการดูแลพวกเขาพี่น้อง”
หลังจากการเตือนของหลี่เยว่หาน จินเสวี่ยเอ๋อร์ก็นึกถึงการสนทนาในห้องครัวเมื่อคืนนี้ในทันที ตอนนั้นนางไม่ได้จริงจังเลย หญิงสาวเพียงรู้สึกว่าตนต้องแบกรับชื่อของพี่สะใภ้ ส่วนหลี่เยว่หานอย่างดีก็แค่ใช้คำพูด นางจึงไม่ได้คาดว่าอีกฝ่ายจะจริงจังกับมัน
“เช่นนั้นเอง” จินเสวี่ยเอ๋อร์กลับมามีสติอย่างรวดเร็วและวางชามกับตะเกียบลงด้วยท่าทีขออภัย “ข้าจะไปส่งมู่ชวนทันที” ขณะที่พูดนั้น นางก็เหลือบมองเมิ่งฉีฮ่วนด้วยความหวังว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นว่าตนยังไม่ได้กินอาหาร แล้วจากนั้นก็ให้หลี่เยว่หานไปส่งมู่ชวนแทน
แต่นางไม่คาดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะสนใจแค่อาหารตรงหน้าและไม่ได้มองตนเลย
สุดท้ายจินเสวี่ยเอ๋อร์ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลุกขึ้นและไปส่งมู่ชวน
เมื่อหญิงสาวกลับมาจากการส่งมูชวน ห้องครัวก็ถูกปิดอีกครั้ง จินเสวี่ยเอ๋อร์โกรธมากจนกระทืบเท้าในลาน แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้
มีอ่างอยู่ที่ประตูห้องครัวและเสื้อผ้าเมื่อวานนี้ของมู่ชวนกับหลิงซีอยู่ในนั้น เห็นได้ชัดว่าหลี่เยว่หานกำลังเตือนจินเสวี่ยเอ๋อร์ให้ซักเสื้อผ้า
จินเสวี่ยเอ๋อร์หายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง เตือนตัวเองว่าอย่าโกรธ และจงทำสิ่งต่าง ๆ ช้า ๆ อย่ารีบร้อนจนเกิ