่มู่ชวนจะเดินออกจากครัว เมิ่งฉีฮ่วนก็เปิดประตูเข้ามา หลี่เยว่หานแลกเปลี่ยนสายตากับเขา และแน่นอนว่าเธอเห็นจินเสวี่ยเอ๋อร์ตามมาข้างหลังด้วยใบหน้าที่อ่อนโยนและกำผ้าเช็ดหน้าไว้ในมือ ดวงตาของผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและระมัดระวัง
“มู่…มู่ชวน…” เมื่อเห็นมู่ชวน ดวงตาของจินเสวี่ยเอ๋อร์ก็เปลี่ยนเป็นสีแดง นางดึงตัวมู่ชวนมาหมุนมองซ้ายขวา จากนั้นนางก็หลั่งน้ำตา “เป็นเรื่องดีนักที่เจ้าโตขึ้น…”
มู่ชวนขมวดคิ้วและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับว่าเขาจำอะไรบางอย่างได้ เขาถอยหลังไปสองก้าว ก่อนมองไปที่จินเสวี่ยเอ๋อร์ และพูดว่า “แม่เล็ก ท่านพบที่นี่ได้อย่างไรขอรับ?”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหลี่เยว่หานก็ดูเหมือนจะถูกกระแทกด้วยบางสิ่ง หญิงสาวได้ยินเสียง ‘แคร่ก!’ ในหูของตน บางอย่างได้รับการยืนยันแล้ว
“ข้า…” จินเสวี่ยเอ๋อร์ปิดหน้าร้องไห้ “ในช่วงสองปีข้าคิดถึงเจ้าสองพี่น้องมาโดยตลอด พอเห็นว่าเจ้าสบายดี ข้าก็รู้สึกโล่งใจ…” นางสะอื้นไห้
“แม่เล็กก็เห็นเช่นกันว่าตอนนี้พวกเราพี่น้องสบายดี ดังนั้นท่านก็กลับไปหลังอาหารกลางวันได้แล้วขอรับ” เมื่อเทียบกับการหลีกเลี่ยงปฏิเสธของหลิงซี ความรู้สึกแปลกแยกของมู่ชวนนั้นแข็งแกร่งกว่ามาก มันทำให้หลี่เยว่หานอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
“มู่ชวน เจ้าพูดกับแม่เล็กของเจ้าแบบนั้นไม่ได้” จู่ ๆ เมิ่งฉีฮ่วนก็ตำหนิมู่ชวน “ยังไงซะ นางก็เป็นแม่เล็กของเจ้า”
“นาง?” มู่ช