ญิงสาวก็เห็นเมิ่งฉีฮ่วนดูแลสวนหลังบ้านอย่างชำนาญ หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงครั้งแรกที่เธอปลูกพริกป่าในสวนหลังบ้าน กับภาพที่เขาตักหิมะที่ถมออก ทั้งสองดูเหมือนคนสองคนที่แตกต่างกันยิ่ง
เมิ่งฉีฮ่วนหันหน้ามา และเมื่อเห็นหลี่เยว่หานกำลังยิ้มในขณะที่มีผ้าห่มขนสัตว์ห่อตัว แม้จะไม่รู้ว่านางกำลังหัวเราะอะไร แต่ใบหน้างดงามของนางกับฉากหลังของหิมะตกก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาตะลึงงันไปครู่หนึ่ง
…
เมื่อหิมะหยุดตก ฤดูใบไม้ผลิก็มาถึง
สิ่งที่น่าแปลกคือเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง อาการป่วยของหลี่เยว่หานก็ดีขึ้นเช่นกัน
เนื่องจากหิมะตกหนักในฤดูหนาวนี้ เรือนที่ว่างเปล่าหลายหลังของบ้านเมิ่งจึงถูกหิมะทับ ทันทีที่ฤดูใบไม้ผลิมาถึง หลี่เยว่หานก็นำเงินไปจ้างคนมาปรับปรุงภายใบ้าน ก่อนใช้เวลาหนึ่งเดือนในการปรับปรุงลานบ้านของครอบครัวเมิ่งทั้งหมด
จากนั้นใช้ประโยชน์จากฤดูใบไม้ผลิ เธอได้ซื้อที่ดินอันอุดมสมบูรณ์จากท่านปู่ซุน และปลูกต้นองุ่นทั้งหมดที่ปลูกไว้ในสวนหลังบ้านลงในทุ่ง
เมื่อหญิงสาวเข้าเมืองไปตลาด หลี่เยว่หานก็เห็นว่ามีคนซื้อขายอ้อยอยู่ เธอจึงซื้ออ้อยหนึ่งเกวียนกลับมา หลังจากคั้นน้ำอ้อยทั้งหมดด้วยโม่หิน ทั้งยังเอาไปกลั่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็จะได้น้ำเชื่อมรสกลมกล่อมจำนวนห้าไห และต้องตากแดดให้แห้งเป็นเวลาสิบวันเต็ม
หลังจากที่น้ำเชื่อมทั้งหมดแข็งตัวเป็นผลึกแล้ว หลี่เยว่หานก็โยนผลึกน้ำตาลนั้นลงในโรงโม่หินอีกครั้ง หญิ