ยว่หาน” เมิ่งฉีฮ่วนบีบมือของหลี่เยว่หานแน่น ส่งสัญญาณให้นางหยุดพูด ทว่าบนใบหน้าเขายังคงมีรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง
กัวอี้พยักหน้าซ้ำ ๆ และหยุดพูด ก่อนจะหันไปสนใจกับการกินของตัวเอง
กัวอี้เกือบจะกินเนื้อชามใหญ่ทั้งหมดไปแล้ว อีกทั้งยังไม่ต้องการออกไปหลังจากกินเสร็จ เขาบอกว่าต้องได้กินเนื้อตุ๋นที่ตนกินครั้งนั้นก่อน
หลี่เยว่หานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปที่ห้องเก็บผักและหั่นหมูครึ่งชั่งมา โดยหั่นเป็นชิ้นและยกมาวางบนโต๊ะ อีกทั้งเทสุราไปให้อีกฝ่ายด้วย หลังจากให้ความบันเทิงกับกัวอี้สักพัก เขาก็จากไปอย่างพึงพอใจ
หลี่เยว่หานถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลังจากได้เห็นสิ่งชั่วร้ายจากไป ก่อนหันไปมองเมิ่งฉีฮ่วน “ความสัมพันธ์ระหว่างสามพี่น้องบ้านหวังกับกัวอี้คืออะไร?”
“เดรัจฉานสามตัวของบ้านหวังคือลูกน้องของกัวอี้” เมิ่งฉีฮ่วนพูดด้วยใบหน้าเย็นชา “คนตายไปพักหนึ่งแล้ว กัวอี้ก็ยังมาหาพวกเรา ข้าเกรงว่าเขาคิดจะมาหาเรื่อง”
“แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า!” หลี่เยว่หานไม่เคยเผชิญกับพลังชั่วร้ายแบบนี้มาก่อน ดังนั้นเธอจึงสติหลุดไปพักหนึ่ง
“วันนี้หวังเหอฮวามาที่นี่” เมิ่งฉีฮ่วนดูขึงขัง
โดยไม่รู้ตัว หลี่เยว่หานก็เดินเข้าไปหาเมิ่งฉีฮ่วน “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหวังเหอฮวาหรือ?”
เมิ่งฉีฮ่วนพยักหน้า “กัวอี้ชอบหวังเหอฮวามานานแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงจะไม่ยอมรับพี่น้องสามคนของบ้านหวังเป็นลูกน้อง แต่ตอนนี้ หวังเหอฮวาเป็นของตระกูลหลิ่วแล