ยเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หวังเหอฮวาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและแย้มยิ้ม “อาจเป็นเพราะหลี่หรงหรงเคยคบหากับสามีของข้ามาก่อน ดังนั้นสามีจึงให้ความสนใจนางน้อยลง ตอนนี้นางกำลังดิ้นรนอยู่ในจวนและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก”
“ไม่ผิดจากที่คาด” หลี่เยว่หานพยักหน้า “หลังจากอ้อมค้อมอยู่นานแล้ว เจ้าบอกข้าได้รึยังว่าวันนี้เจ้ามาถึงที่นี่เพื่ออะไร?”
“ข้า…”
“ถ้าเจ้ายังยืนยันว่าเจ้ามาที่นี่เพื่อขอโทษ เจ้าก็ออกไปได้แล้ว” หลี่เยว่หานขัดจังหวะหวังเหอฮวาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหมดความอดทน
หวังเหอฮวาเม้มปาก ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่เยว่หาน และพูดอย่างเด็ดขาด “ข้าต้องการเป็นฮูหยินของตระกูลหลิ่ว และข้าต้องการให้เจ้าช่วยข้า!”
“ข้าทำไม่ได้ เจ้าไปเถอะ” หลี่เยว่หานโบกมือและหลับตาลง
หวังเหอฮวาไม่คาดคิดว่าจะถูกปฏิเสธตรง ๆ นางตะลึงงันไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเยาะตัวเอง “ถูกแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าสร้างปัญหาให้เจ้ามากมาย ตอนนี้ข้ากลับรีบมาขอให้เจ้าช่วย เจ้าย่อมไม่เต็มใจแน่”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้องการ แต่ข้าทำไม่ได้จริง ๆ” หลี่เยว่หานหงุดหงิดเล็กน้อย
“เช่นนั้นเจ้าก็รักษาบาดแผลของเจ้าเถอะ ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว” หวังเหอฮวาพูดจบ นางก็ลุกขึ้นเพื่อจากไป โดยที่ไม่ได้ตามตอแยหลี่เยว่หานต่อ
ตอนนั้นเองที่เมิ่งฉีฮ่วนบังเอิญไปรับมู่ชวนจากสำนักศึกษากลับมาถึงบ้านพอดี ชายหนุ่มเห็นหวังเหอฮวา ก่อนที่เขาจะทันได้ตอบสนอง อีกฝ่ายก็รี