ดพร้อมกับตบหน้าอกของตน
หวังหัวจึงพอใจและลากหลี่เยว่หานซึ่งไม่ได้สติไปที่พุ่มไม้ข้าง ๆ
“พวกเจ้าทำอะไรกัน!” จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น ก่อนพี่น้องทั้งสามคนของบ้านหวังจะเห็นชายคนหนึ่งที่แต่งตัวเป็นนายพรานสะพายคันธนูและลูกธนูไว้ที่หลัง อีกทั้งยังถือมีดสั้นในมือวิ่งลงมาจากภูเขาอย่างรีบร้อน
“ทำไมตอนนี้ยังมีคนอยู่อีก!” หวังกุ้ยอายุน้อยที่สุดและขี้ขลาดที่สุด เขาจึงร้อนรนทันที “พี่ชาย! ทำไมวันนี้เราไม่ลืมมันซะ หากถูกจับได้จะไม่ดีเอา!”
“ทำไมเจ้าถึงขี้ขลาดนัก เจ้าไม่ดูบ้างว่าอีกฝ่ายมาคนเดียว แต่พวกเรามีสามคน! เขาเอาชนะพวกเราไม่ได้หรอก!” หวังฟู่ตบหัวหวังกุ้ย จากนั้นหันไปมองหวังหัวและพูดว่า “พี่ชาย ท่านคิดว่าเราควรจัดการกับคนโง่นี่ก่อน หรือเราควรทำอย่างไรกันดี?”
“จัดการคนก่อน” หวังหัวพูดพลางโยนหลี่เยว่หานทิ้งไปเหมือนถังขยะ ในขณะนี้ ชายที่แต่งตัวเป็นนายพรานก็ไล่ตามมาถึงแล้ว
อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ขึ้นก็ขมวดคิ้วทันที “พี่น้องสามคนของบ้านหวัง เจ้าทุบตีแม่นางเยว่หานแบบนี้ เจ้าไม่กลัวว่าพี่ชายเมิ่งจะกลับมาจัดการเจ้าหรือ!”
“ข้าก็คิดว่าเป็นใคร ที่แท้ก็หลิวโหย่วฉาย สุนัขของเมิ่งฉีฮ่วน” หวังหัวบิดกำปั้นของเขาด้วยท่าทางดูถูกเหยียดหยาม “ทำไม? เมิ่งฉีฮ่วนให้เจ้าเล่นกับภรรยาของเขาด้วยรึ? กล้าหยุดพวกข้าพี่น้อง เจ้าไม่เคยถูกทุบตีหรือ?”
เมื่อหลิวโหย่วฉายได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของเขามืดลงทันที
“ลุงหลิว! ลุงหลิว! อาหญิง