ยว่หานอีกครั้ง “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไร แม้ว่าเจ้าจะมีความคิดมากมายอยู่ในหัว แต่อย่างน้อยข้าก็พอมองออกบางส่วน”
หลังจากได้ยินคำพูดของเขา หลี่เยว่หานก็อดไม่ได้ที่จะเหล่ตามอง “ถ้าอย่างนั้นบอกข้าสิ ข้ามีแผนจะทำอะไรกับตำแหน่งลูกสาวบุญธรรมนี้!”
“นี่ไง” เมิ่งฉีฮ่วนพยักพเยิดคางไปทางถังซีอิ๊วที่ยังไม่ได้กลั่นหลายถังในลาน แล้วพูดว่า “ตระกูลหลิ่วมีร้านขายซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูข้าวที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอหย่งอัน เจ้าต้องการนำซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูข้าวของเจ้าไปขายในร้านของพวกเขา”
“จิ๊!…” หลี่เยว่หานอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ชายคนนี้เดาได้ค่อนข้างแม่นยำ “ทำไมท่านถึงคิดว่าข้าจะไม่ขายให้กับเวินเทียนเหล่ยเล่า?”
“ซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูข้าวนั้นขนส่งไม่สะดวก หากเจ้าใช้เวลาหนึ่งวันเพื่อส่งของไปยังเมืองหลิวชิง เจ้าก็คงเสียสติไปแล้วกระมัง”
ขณะที่พูด เมิ่งฉีฮ่วนก็เคาะหน้าผากของหลี่เยว่หาน “ดังนั้นเจ้าจึงเริ่มไปเยี่ยมตระกูลหลิ่ว เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์กับพวกเขา”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลี่เยว่หานก็พึมพำรับเบา ๆ “ท่านฉลาด”
ครั้นพูดจบ หลี่เยว่หานก็หันหลังกลับไป ก่อนผลักประตูลานด้านในให้เปิดออก ตอนนั้นเองเธอก็เห็นว่าหลิงซีขยับม้านั่งตัวเล็กออกมา และกำลังนั่งตัวตรงอย่างมีชีวิตชีวา ทั้งสองคนจ้องหน้ากัน แต่หลิงซีมีปฏิกิริยาตอบสนองก่อน “อาหญิง! คนเลวออกไปแล้ว!”
“ไปกันเถอะ” หลี่เยว่หานอุ้มหลิงซีไว้ในอ้อมแขนอย่างอึ้ง