วรทำเช่นนี้! เพราะตัวเจ้าเองก็แต่งงานแล้วเช่นกัน!”
“ข้าคิดว่าพวกท่านอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป ข้า! ตอนนี้เป็นลูกบุญธรรมของตระกูลหลิ่ว และท่านปู่หลิ่วก็ได้บันทึกนามข้าลงลำดับวงศ์ตระกูลแล้ว ดังนั้นข้าจึงถือว่าเป็นคนของตระกูลหลิ่วครึ่งหนึ่ง” หลี่เยว่หานมองหวังฉินด้วยสายตาเย็นชา “ส่วนเพราะเหตุใดหวังเหอฮวาจึงมีสภาพเช่นนี้นั้น ข้าแนะนำว่าให้พวกท่านถามหลี่หรงหรงหลานสาวแสนดีของพวกท่านเถิด ถ้าหากต้องการพยานก็สามารถไปหาอู๋จ้วงจ้วงได้”
พูดจบ หลี่เยว่หานก็หมุนตัวเดินจากไปทันที
วันนี้ที่ช่วยหวังเหอฮวา เป็นเพราะหลี่เยว่หานหัวร้อนขึ้นมาชั่วขณะ ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่านางคงจะไม่รู้สึกขอบคุณตน แต่หญิงสาวก็ทนไม่ได้ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ในชาติก่อน ทำให้เธอไม่สามารถนิ่งเฉยในขณะที่รู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวบริสุทธ์กำลังจะถูกล่วงเกิน
แม้หญิงสาวผู้นี้คิดที่จะแย่งเมิ่งฉีฮ่วนไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ตนก็ยังจะทำเช่นนี้อยู่ดี
เมื่อกลับถึงจวน เมิ่งฉีฮ่วนก็ได้กล่อมหลิงซีจนหลับไปแล้ว ส่วนมู่ชวนกำลังทำการบ้านอยู่ในห้อง ชายหนุ่มรอหลี่เยว่หานกลับมาอยู่ในครัว ทั้งยังเตรียมอุ่นกับข้าวในหม้อไว้ให้นาง
แม้ว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะอยากไปกับหลี่เยว่หาน แต่ก็ไม่สามารถทิ้งหลิงซีและมู่ชวนไว้ที่นี่ได้ หากจะให้โจวต้าเป่าคอยดูแลเด็ก ๆ ก็สู้ให้เขาไปคอยคุ้มกันหญิงสาวแทนเสียยังจะดีกว่า
เมื่อรออยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดเมิ่งฉีฮ่วนก็ได้ยินเสียงการเค