ะซ่อนตัวอยู่หลังหญิงสาวด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ทั้งยังไม่สามารถพูดจาให้รู้เรื่องได้
“มันไม่เกี่ยวกับเงิน!” อู๋จ้วงจ้วงฝืนกัดฟันพูดว่า “นี่คือศักดิ์ศรีของชายชาตรีอย่างเรา! ถ้าปล่อยนังแพศยาหวังเหอฮวาไปเช่นนี้ พวกเราพี่น้องจะยังมีหน้าอยู่หมู่บ้านไป๋อวิ๋นได้อย่างไร? ออกไปให้พ้นซะ! เมื่อพวกเราพอใจแล้วก็จะปล่อยนางไปเอง หากไม่เช่นนั้น พวกเราจะจัดการเจ้าไปพร้อมกันเลย!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็เม้มปาก ก่อนยิ้ม “ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย หลี่หรงหรงให้เงินเจ้าเท่าไหร่เพื่อทำลายหวังเหอฮวา! บอกข้ามาสิ ข้าจะซื้อหวังเหอฮวาเอง ทั้งจะเพิ่มราคาให้เป็นสองเท่า ถ้าไม่บอกก็อย่าโทษที่ข้าหยาบคายล่ะ!”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘เพิ่มราคาเป็นสองเท่า’ เห็นได้ชัดว่าอู๋จ้วงจ้วงผงะไปเล็กน้อย เขาหันศีรษะไปมองที่พี่น้องที่อยู่ข้าง ๆ หลังจากพูดคุยกันครู่หนึ่ง อู๋จ้วงจ้วงก็หันกลับมา และยื่นมือไปหาหลี่เยว่หาน “ห้าสิบตำลึงเงิน!”
“ฮ่า ๆๆ…” หลี่เยว่หานหัวเราะออกมาทันที “เพื่อย้ายจากหมู่บ้านเฮยถู่มายังหมู่บ้านไป๋อวิ๋น ครอบครัวหลี่ได้ใช้เงินก้อนสุดท้ายของพวกเขาไปหมดแล้ว หลี่หรงหรงจะเอาเงินห้าสิบตำลึงมาจากไหนเพื่อใช้กับหวังเหอฮวา? อู๋จ้วงจ้วง เจ้าคิดว่า เพราะข้าเป็นสตรีจึงหลอกง่ายอย่างงั้นหรือ?”
“ข้าไม่สน! เจ้าพูดเองว่าจะซื้อหวังเหอฮวาในราคาสองเท่า!” อู๋จ้วงจ้วงพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ถ้าวันนี้เจ้าไม่มาพร้อมเงินหนึ่งร้