คนมาฆ่าเจ้า!”
เมิ่งฉีฮ่วนในรถม้าไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไป เขาลงจากรถม้าทันที ก่อนโอบเอวของหลี่เยว่หานพลางพูดว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เยว่หานเป็นบุตรสาวบุญธรรมของตระกูลหลิ่ว เจ้ายังกล้าด่านางเหมือนเดิมเช่นนั้นหรือ? เจ้าไม่กลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหลี่หรงหรง หลังจากที่นางแต่งเข้าไป?”
“โอ้ บุตรสาวบุญธรรมน่าทึ่งยิ่ง พ่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ แต่ยังคิดออกไปหาข้างนอก บุตรสาวแบบนี้ยังจะมาทำอะไรอยู่ที่นี่อีกเล่า!” หวังเฟิ่งกล่าวอย่างดุร้าย ตรงกันข้าม นางดูเหมือนจะไม่หวาดกลัวสิ่งใดเลย ดูเหมือนว่าการที่หลี่หรงหรงกำลังจะเป็นอนุของหลิ่วจื้อหย่วนจะทำให้นางผยองยิ่ง
“หวังเฟิ่ง! เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ที่นี่!” เสียงของหลี่ต้าเฉิงดังขึ้น และทันทีที่เขาฝ่าฝูงชนมาได้ ก็เข้ามาลากหวังเฟิ่งไป “กลับบ้านไปทำอาหารซะ!”
“ทำอาหารอะไรกัน!” หวังเฟิ่งตะคอกกลับ “บุตรสาวที่ดีของท่านจำไม่ได้แล้วว่าท่านเป็นพ่อ ทั้งยังไปมีพ่ออีกคนอยู่ข้างนอกนั่น!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ต้าเฉิงก็ขมวดคิ้ว “เฟิ่งเอ๋อร์ หยุดสร้างปัญหา อย่าปล่อยให้คนอื่นเห็นเป็นเรื่องตลก”
“ท่านยังมีเรื่องตลกให้ดูอีกหรือ?” หวังเฟิ่งถามหลี่ต้าเฉิง “ยังไงซะมีเรื่องตลกมากกว่านี้ก็ไม่ต่าง ดังนั้นให้ทุกคนฟังกันชัด ๆ เลยว่าหลี่เยว่หานที่ไร้ยางอายคนนี้ ทำตัวไร้ยางอายออกไปหาพ่ออีกคนข้างนอก ทั้งที่พ่อแท้ ๆ ของนางยังมีชีวิตอยู่ดี!”
“หลี่ต้าเฉิง ข้าเคารพเจ้าในฐา