วกเราสามคนร่วมมือกันจะสามารถยึดโลกวิญญาณโหยวอวิ๋นได้ จับเผ่ามารและเผ่ามนุษย์ของที่นี่มาเป็นอาหารและทาส”
เป็นเรื่องยาวที่พูดสรุปได้สั้นจริงๆ หลังเอ่ยจบเขาก็มองจินเฟยเหยาและอินเยวี่ย คิดจะดูว่าพวกเขาได้ยินข่าวนี้แล้วมีปฏิกิริยาอย่างไรจากสีหน้าของพวกเขาสองคน แต่เขาล้มเหลว อินเยวี่ยหรี่ตายิ้มแย้มบางๆ ดังเดิม ส่วนจินเฟยเหยาก็กินพลางตั้งใจมองเขา มีสีหน้าจริงจังแบบล้างหูน้อมรับฟัง
เห็นเขาไม่พูด จินเฟยเหยาก็เอ่ยถามอย่างสงสัย “ทำไมไม่พูดล่ะ?”
“พูดจบแล้ว” จูเชวี่ยพยักหน้า
“พูดจบแล้ว? ใครจะฟังรู้เรื่อง ห้ามเล่าเรื่องยาวๆ แบบสรุปสั้นๆ!” จินเฟยเหยามีโทสะทันที แค่คำพูดประโยคเดียว ใครจะเข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น งุนงงนะ
“ถ้าเล่าตั้งแต่ต้นมันยาว เอาเถอะ ข้าจะเล่าให้ฟังอีกครั้งอย่างช้าๆ ในอดีตเนิ่นนานมาแล้ว ในยุคบรรพกาล...” หลังจากถูกจินเฟยเหยาด่าทอ จูเชวี่ยได้แต่เริ่มเล่าเรื่องที่เขาฟังจนหมดความอดทนไปนานแล้วตั้งแต่ต้น
พูดคราหนึ่งก็พูดถึงสองชั่วยาม เขาเล่าจ๋อยๆ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย หลังจากเล่าจบจูเชวี่ยจึงพบว่าริมฝีปากของตนเองแห้ง
ในที่สุดอินเยวี่ยก็ไม่ยิ้มแล้ว ท่าทางราวกับครุ่นคิดอะไรอยู่
ส่วนจ