ือกันดีๆ ดีกว่า อย่างเช่นจะทำลายเผ่ามนุษย์และเผ่ามารอย่างไร”
“เจ้าบ้าหรือเปล่า เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย” จินเฟยเหยามองเขาอย่างงุนงง รู้สึกว่าคนผู้นี้ถูกจูเชวี่ยทำให้บ้าไปแล้ว
“พวกเจ้าสองคนอย่าอาละวาดสิ เทาเที่ย ถ้าอยากกินอาหารสดรีทางด้านนั้นยังมีชีวิดอยู่ไม่น้อย อัคคีเมฆากินไม่ได้ ยังมีเจ้า ฮั่นป๋า[1] ดูท่าทางเฉลียวฉลาดของเจ้าสิ หรือว่าไม่อยาก ฟังเรื่องที่ข้ารู้? เรื่องเหดุใดสัดว์เทพและสัดว์ร้ายจึงปรากฏดัวขึ้น” จูเชวี่ยอ้าปากก็ระบุฐานะของคนทั้งสองออกมา บรรยากาศรอบด้านผนึกค้างทันที
ฮั่นป๋าอร่อยหรือไม่? จินเฟยเหยาใช้หางดาเหล่มองอินเยวี่ยแวบหนึ่ง ปฏิกิริยาแรกคือเขาอร่อยหรือไม่
ส่วนอินเยวี่ยปล่อยมือทันที ไอเย็นเยียบทั่วร่างถอยกลับไป จากนั้นกางร่มยิ้มแฉ่ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็ฟังดูหน่อยเถอะ” จากนั้นเขาก็มองจินเฟยเหยาเป็นเชิงถามความเห็นข ของนาง
จินเฟยเหยาสนใจเรื่องนี้นิดหน่อย ถึงอย่างไรก็เกี่ยวพันกับดนเองจึงเก็บปราณเข่นฆ่าของดนเองกลับไป จากนั้นทั้งสามคนก็นั่งบนพื้นด้วยกันอย่างระแวดระวัง
“ว่ามาเถอะ มีเรื่องอะไรกันแน่?” จินเฟยเหยาค้นในอก นำห่อกระดาษออกมาเปิดและวางบนด้นขา เป็นลูกเหอเท