ากนั้นเอ่ยถามราวกับเป็นเรื่องดีงาม “ผู้อาวุโส คนเหล่านี้จับตัวสตรีมากมายไปทำไม เป็นโจรราคะหรือฝึกวิชาบำเพ็ญคู่ที่ชั่วร้าย?”
จินเฟยเหยารอให้เขาถามเช่นนี้อยู่ นางจึงยืมปากเขาถ่ายทอดให้คนที่เมืองเซียนเหม่ยรู้ว่าด้านล่างเกิดเรื่องอะไรขึ้น
นางจงใจเอ่ยอย่างลึกลับ “เจ้าเดาได้ถูกต้อง คนที่จับพวกนางเป็นผู้ฝึกวิชาชั่วร้ายจริงๆ ทว่าไม่ใช่ฝึกบำเพ็ญคู่ คนผู้นั้นชอบบุรุษ ได้รับเคล็ดวิชาแขนงหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนบุรุษให้กลายเป็นสตรีได้ แต่ฝึกแล้วยุ่งยาก ต้องดูดพลังปราณ หยินแท้ของผู้บำเพ็ญเซียนสตรีทุกวัน ดังนั้นจึงจับตัวผู้บำเพ็ญเซียนสตรีไปมากมายเพื่อให้กลายเป็นสตรีหลังขั้นหลอมรวม”
เห็นอีกฝ่ายท่าทางเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จินเฟยเหยาก็เอ่ยด้วยสีหน้าดูแคลน “คนผู้นั้นสวมชุดบุรุษก็ไม่เชิงสตรีก็ไม่ใช่ เอ่ยวาจายังบีบเสียง ทั้งยังมีคู่บำเพ็ญเป็นบุรุษขั้นหลอมรวมคนหนึ่ง ยังไม่พอเขายังเลี้ยงเด็กหนุ่มหน้าขาว[1]ไว้ไม่น้อย มีสามสี่สิบคน ใช้ชีวิตราชินีอยู่ด้านล่าง”
“น่าสะอิดสะเอียนอย่างยิ่งจริงๆ ดังนั้นข้าจึงสังหารหมดแล้ว ซากศพยังกองอยู่ด้านล่าง หลังคนของแต่ละสำนักใหญ่มาค่อยจัดการ” จินเฟยเหยาเบ้ปากเอ่ยอย่างหงุดหงิด
ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เถ้าแก่หอเฟยฮวาไม่กล้ารบกวนมากจึงเดินออกจากหอเฟยฮวา ครู่หนึ่ง เรื่องนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองเซียนเหม่ย หลังจากรู้ว่าไม่มีอันตรายแล้ว คนเกือบทั้งเมืองก็กรูกันมาคิดจะดูค