วเราะหึๆ อย่างเย็นชาแล้วเอ่ยอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันว่า “ทั้งหมด!”
“อะไรนะ?” ทุกคนนึกว่าตนเองได้ยินผิด ฉือชางเจินเหรินก็ถามเพิ่มอีกประโยคหนึ่ง
“ทั้งหมด สัตว์ภูติขนาดใหญ่ของข้าทั้งหมดไม่เหลือหลอ แม้แต่ไข่ที่เก็บรักษาไว้ก็ถูกขโมยไปทั้งหมด แต่ข้าเดาความชอบของคนผู้นี้ออก เขาขโมยสัตว์ภูติที่มีเนื้อทั้งหมดของข้าไป แต่สัตว์ภูติจำพวกแมลงกลับไม่เอาไปแม้แต่ตัวเดียว” อู๋หลงเอ่ยด้วยสีหน้าเยียบเย็น
เวลานี้มีคนเอ่ยแทรกว่า “เจ้ายังโชคดี อย่างน้อยที่สุดยังเหลือสัตว์ภูติให้เจ้าบ้างดีกว่าไม่เหลือสักตัว แมลงมีจำนวนมากเจ้าไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีสัตว์ภูติใช้ตอนจัดการกับคู่ต่อสู้”
“โชคดีอะไร! ขโมยของวิเศษของพวกเจ้าไปหมด จากนั้นเหลืออาวุธเวทกองหนึ่งไว้ให้ พวกเจ้ายังจะดีใจได้อยู่หรือ! ถ้าแมลงทั้งหมดร้ายกาจขนาดนั้น ข้ายังจำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์ภูติอื่นๆ อีกหรือ!” อู๋หลงมีโทสะอย่างยิ่ง ใช้เสียงอันเยียบเย็นด่าทอ
“จริงสิ ดูเหมือนจะไม่ได้ยินว่าตำหนักซวีชิงมีสัตว์ภูติหาย อีกทั้งตำหนักซวีชิงของพวกเจ้ามีอยู่คนหนึ่งที่น่าสงสัย สัตว์ภูติเหล่านี้คงไม่ได้ถูกนางจับไปกินหมดหรอกนะ” เวลานี้พลันมีผู้บำเพ็ญเซียนเอ่ยถึงเรื่องนี้ หัวใจของคงจู๋อู๋และคงจู๋โหย่วกระตุกวูบ ทว่าสงบลงในพริบตา
คงจู๋อู๋ยืนขึ้นและประสานมือคำนับทุกคน เอ่ยอย่างเคารพนบนอบ “ผู้อาวุโสทุกท่าน ตำหนักซวีชิงของเราไม่มีสัตว์ภูติหายไปจริงๆ นั่นเป็นเพราะไม่มีให้หาย นอ