เปลือง และทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมสองคนที่ทำอาหารหมดสติไปทันที ดังนั้นเพียงถือเป็นผู้อาวุโสขั้นหลอมรวมมาตรวจสอบโรงอาหาร คิดไม่ถึงว่าหลังผู้อาวุโสท่านนี้นั่งลงก็ไม่จากไป จะกินอาหารกับพวกเขา
ถึงอย่างไรเว่ยอี้ก็เป็นผู้ดูแล เข้าใจทันทีว่าคนผู้นี้คือใครจึงไม่กล้าล่วงเกิน และรีบยกอาหารขึ้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว
ราวกับคิดจะสร้างรากฐานให้ต่อไปตนเองได้อาศัยกินระยะยาว จินเฟยเหยาจึงกินพลางเล่าชีวิตวัยเยาว์อันแสนเศร้าของตนเอง ฟังแล้วก็ทำให้คนปวดใจ คนในตระกูลไม่ให้เจ้ากินข้าว หิวโหยจนผอมเหลือแต่กระดูก ได้แต่เก็บอาหารสุนัขกิน หลังขั้นฝึกปราณเข้าสู่สำนัก แต่ละวันถ้าตัดฟืนไม่ได้ห้าร้อยชั่งก็ห้ามกินข้าว ทั้งยังต้องช่วยบรรดาศิษย์พี่ล้างเท้า ซักเสื้อผ้ากวาดลานบ้าน ทำงานไม่ว่ายังต้องถูกทุบตีตลอด
เดิมทีศิษย์พี่หลิวเป็นคนมีเมตตา ได้ยินแล้วก็ตาแดงก่ำตรงนั้นทันที เอ่ยโน้มน้าวจินเฟยเหยาไม่หยุดให้กินเยอะๆ หน่อย ท่าทางการกินของจินเฟยเหยาทำให้คนตกตะลึง ครู่หนึ่งก็ดึงดูดให้ศิษย์ขั้นฝึกปราณเหล่านี้รู้สึกว่าต้องเป็นเคล็ดวิชาอันสูงส่งและลึกล้ำบางอย่างแน่ จึงบอกต่อๆ กัน จากหนึ่งเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อยแล้วทั้งหมดก็รวมตัวกันมา ทว่าผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานได้ยินเรื่องเมื่อวานนานแล้ว จึงเร่งรุดมาดูเทพแห่งการกินท่านนี้โดยเฉพาะว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร
ไป๋เจี่ยนจู๋ไม่เชื่อคำพูดของจินเฟยเหยาเลยสักนิด ถ้าแสนเศร้าขนาดนั้นจริ