ดซับก็ใกล้เคียงกับประสิทธิภาพที่ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมธรรมดานั่งสมาธิหนึ่งวัน
ผู้อื่นนั่งไม่ขยับเขยื้อน ดูดซับปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินเล็กน้อยหรือเพิ่มยาและศิลาวิญญาณ จึงสามารถเพิ่มพลังการบำเพ็ญเพียรขนาดนี้ได้ ทว่าตนเองนั่งกินอาหารมากมายอยู่ที่นี่เจอข้าวแข็งเนื้อเหนียวยังเคี้ยวจนปวดกราม ระหว่างนี้ยังต้องทนถูกคนมุงดู เพิ่มพลังบำเพ็ญเพียรได้เล็กน้อยแค่นี้คำนวณอย่างไรก็ไม่คุ้ม
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่คุ้ม จินเฟยเหยาพลันหยุดลง เช็ดปากและทักทายทุกคน แล้วหาทางกลับยอดเขาซวีชิงเองท่ามกลางสายตาแปลกใจของคนทั้งหมด
พอนางกลับมาถึงห้องฝึกบำเพ็ญในตึกหลิงหลงก็หยิบยาเม็ดหนึ่งออกมากินแล้วเริ่มใช้วิธีฝึกบำเพ็ญแบบปกติฝึกบำเพ็ญ
ทว่านางเพิ่งนั่งได้หนึ่งชั่วยามกว่า ท้องก็เริ่มส่งเสียงร้องโครกคราก และยังมีความรู้สึกหิวจนคลื่นไส้พุ่งขึ้นมา ทรวงอกอึดอัด แม้แต่สัตว์สีดำตัวน้อยๆ ในห้วงการรับรู้ยังเหาะขึ้นกลางอากาศและร้องคำรามไม่พอใจอย่างต่อเนื่อง
“ถุย นี่มันเรื่องอะไรกัน” จินเฟยเหยาทรมานอยู่ครู่หนึ่งจึงยืนขึ้น เรียกพั่งจื่อและต้านิวมาอย่างดุร้าย “ไป! ข้าจะไปกินให้สำนักตงอวี้หวงล่มจม ถ้ายังไม่กินอีก เกรงว่าต้องกินคนแล้ว”
เว่ยอี้และศิษย์พี่หลิวไม่ได้รู้สึกประหลาดใจที่จินเฟยเหยากลับมาใหม่ พวกเขาสองคนมองแวบเดียวก็รู้และยิ้มอย่างกระหยิ่ม ก่อนหน้านี้หลังจินเฟยเหยาจากไปกะทันหัน พวกเขาสองคนยังเคยหารือกันว่าผู้บำเพ็ญเ